ร้อยไหม
พออายุเพิ่มขึ้น สิ่งที่หลายคนเริ่มสังเกตบนใบหน้าอาจไม่ใช่ริ้วรอยก่อนเสมอไปค่ะ บางคนยังไม่มีร่องลึกชัดเจน แต่รู้สึกว่าหน้าช่วงล่างไม่เหมือนเดิม กรอบหน้าที่เคยเห็นเป็นเส้นเริ่มเบลอ แก้มดูนิ่มและตกลงเล็กน้อย มีเนื้อข้างคางเพิ่มขึ้น หรือเวลาถ่ายรูปด้านข้างแล้วเห็นเหนียงง่ายกว่าเมื่อก่อน ทั้งที่น้ำหนักตัวแทบไม่ได้เปลี่ยน
ความเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งความกระชับของผิว เนื้อเยื่อที่ค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลง และโครงสร้างของใบหน้าเดิม เพราะฉะนั้นคำว่า “อยากยกหน้า” จึงไม่ได้มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคนค่ะ
ที่หมอปาล์มมี่คลินิก งานยกกระชับที่ใช้บ่อยมีทั้ง HIFU และร้อยไหม ซึ่งสองอย่างนี้ช่วยเรื่องกรอบหน้าได้เหมือนกันก็จริง แต่ทำงานคนละแบบและเหมาะกับปัญหาคนละระดับอย่างชัดเจน
ถ้าหน้าเพิ่งเริ่มคลาย ผิวและเนื้อเยื่อยังไม่ได้ตกลงมาเป็นก้อนมาก แต่กรอบหน้าเริ่มไม่กระชับเหมือนเดิม HIFU จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะช่วยให้เนื้อเยื่อค่อย ๆ แน่นและกระชับขึ้นจากด้านใน
แต่ถ้าแก้มเริ่มเคลื่อนลงมาแล้ว มีเนื้อข้างคางชัดขึ้น และสิ่งที่ต้องการจริง ๆ คืออยากให้เนื้อส่วนนั้นถูกพยุงกลับขึ้นไป ร้อยไหมจะมีข้อได้เปรียบเรื่องแรงยกโดยตรง เพราะมีเส้นไหมทำหน้าที่ยึดและพยุงเนื้อค่ะ
หมอจึงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “วันนี้จะทำ HIFU หรือร้อยไหมดี” แต่จะเริ่มจากการดูก่อนว่า ใบหน้าของเรากำลังคลาย หรือเนื้อกำลังตก เพราะเมื่อแยกสองอย่างนี้ออก การเลือกวิธีก็ง่ายขึ้นมากค่ะ
HIFU เหมาะกับช่วงที่หน้าเริ่มคลาย แต่ยังไม่ได้ตกมาก
HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบรวมพลังงานไปยังจุดเล็ก ๆ ใต้ผิวในระดับความลึกที่กำหนด เมื่อเนื้อเยื่อเป้าหมายได้รับพลังงานในระดับที่เหมาะ จะเกิดการหดตัวบางส่วน และหลังจากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ มีกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจนตามมา
จุดเด่นของ HIFU จึงไม่ใช่การจับเนื้อแก้มแล้วลากขึ้นไปอีกตำแหน่ง แต่เป็นการช่วยให้ โครงสร้างที่เริ่มคลายกลับมาดูแน่นและกระชับขึ้นจากด้านใน
คนที่มักเหมาะกับ HIFU คือคนที่มองหน้าตัวเองแล้วรู้สึกว่าโครงหน้ายังเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่กรอบหน้าไม่คมเท่าเมื่อก่อน แก้มช่วงล่างเริ่มนิ่ม มีเหนียงหรือผิวใต้คางเริ่มไม่กระชับ และอยากเก็บหน้าให้ดูเข้ารูปขึ้นโดยยังไม่ต้องการใช้สารเติมเต็มหรือมีเส้นไหมอยู่ใต้ผิวค่ะ
ความน่าสนใจอีกอย่างของ HIFU คือผลไม่ได้เปลี่ยนใบหน้าขึ้นมาทันทีจนคนรอบตัวรู้ว่าไปทำอะไรมา แม้บางคนจะรู้สึกตึงหรือเก็บขึ้นเล็กน้อยหลังทำ แต่ผลส่วนสำคัญจะค่อย ๆ พัฒนาตามการตอบสนองของเนื้อเยื่อในช่วงหลายสัปดาห์ต่อมา และมักเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงประมาณ 1–3 เดือนค่ะ
จึงเป็นงานที่เหมาะมากกับคนที่อยากได้ผลแบบ หน้าดูดีขึ้น แต่ยังเป็นหน้าเดิมและค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
HIFU ช่วยกรอบหน้าและเหนียงอย่างไร
กรอบหน้าที่ไม่ชัดไม่ได้เกิดจากกรามใหญ่เสมอไปค่ะ บางครั้งกระดูกและรูปหน้าเดิมยังอยู่เหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่เนื้อเยื่อเหนือแนวกรามเริ่มคลายตัว พอช่วงนี้ไม่แน่นเหมือนก่อน เส้นกรามที่เคยเห็นชัดก็ถูกบดบังไป
เมื่อ HIFU ช่วยให้บริเวณดังกล่าวค่อย ๆ กระชับขึ้น กรอบหน้าจึงสามารถดูเก็บและต่อเนื่องขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงหน้าเดิม
บริเวณเหนียงก็เช่นเดียวกันค่ะ ถ้าสิ่งที่เห็นเกิดจากความไม่กระชับของผิวร่วมกับเนื้อใต้คางในระดับไม่มาก การดูแลความกระชับสามารถช่วยให้มุมระหว่างคางกับคอดูชัดและสะอาดขึ้นได้
แต่ถ้าเหนียงเกิดจากไขมันปริมาณมากเป็นหลัก HIFU ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนวิธีลดไขมันปริมาณมาก หมอจึงต้องแยกให้ได้ก่อนว่า ส่วนที่เห็นเป็น ความหย่อนหรือเป็นปริมาณไขมัน เพื่อไม่ให้คาดหวังจาก HIFU ในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของมันค่ะ
จำนวน Shot สำคัญ แต่สำคัญกว่าคือยิงตรงไหน
เวลาเห็นโปรแกรม HIFU เรามักเห็นตัวเลข 100 Shot หรือ 200 Shot ก่อนเป็นอย่างแรก จึงเข้าใจได้ง่ายว่าถ้า Shot เยอะกว่าน่าจะยกได้มากกว่า
แต่จริง ๆ แล้ว จำนวน Shot เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนค่ะ เพราะสิ่งที่มีผลมากไม่แพ้กันคือ Shot เหล่านั้นถูกวางตรงไหน ใช้กับพื้นที่ใด และกำลังพยายามแก้ปัญหาอะไร
คนหนึ่งอาจมีเหนียงเล็กน้อยแต่แก้มยังเก็บดี ขณะที่อีกคนมีทั้งแก้มล่าง กรอบหน้าและเหนียง ถ้าให้สองคนนี้ใช้จำนวนและตำแหน่งเหมือนกันทุกอย่างเพียงเพราะซื้อแพ็กเกจเดียวกัน ก็ไม่ได้สอดคล้องกับปัญหาของใบหน้าค่ะ
ก่อนทำหมอจึงต้องดูว่า จุดไหนควรเน้น จุดไหนยังดีอยู่ และมีบริเวณใดที่ไม่ควรลงพลังงานมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่หน้าเล็กหรือมีวอลลุ่มบางอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นเวลาทำ HIFU สิ่งที่เรากำลังซื้อไม่ใช่แค่ “จำนวน Shot” แต่คือ การวาง Shot ให้ตรงกับใบหน้าของเรา
ราคา HIFU หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
ปัจจุบันคลินิกมีโปรแกรม HIFU หลายรูปแบบ เพื่อให้เลือกตามบริเวณที่ต้องการดูแลค่ะ
HIFU กรอบหน้า + เหนียง
100 Shot 2,599 บาท
เหมาะกับคนที่กังวลช่วงล่างของใบหน้าเป็นหลัก ต้องการเก็บแนวกรามและใต้คางให้ดูเข้ารูปขึ้น
HIFU รอบดวงตา หน้าผาก ถุงใต้ตา และยกคิ้ว
100 Shot 2,599 บาท
เป็นการดูแลบริเวณช่วงบนของใบหน้า ซึ่งต้องเลือกตำแหน่งและความลึกให้เหมาะกับพื้นที่ที่มีรายละเอียดมากกว่าช่วงแก้มค่ะ
HIFU ริ้วรอยบริเวณคอ
200 Shot 3,599 บาท
เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวบริเวณคอไม่แน่นเหมือนเดิม หรือมีริ้วและความหย่อนที่ต้องดูแลในพื้นที่กว้างขึ้น
HIFU แก้มกระเปาะ + แก้ม + กรอบหน้า + เหนียง
200 Shot 3,599 บาท
ตัวนี้เหมาะกับคนที่ไม่ได้กังวลเฉพาะเหนียง แต่รู้สึกว่าช่วงแก้มล่างทั้งหมดเริ่มไม่เก็บและอยากดูแลพื้นที่กว้างขึ้นค่ะ
ราคาที่ต่างกันจึงไม่ได้หมายความว่าโปรแกรม 200 Shot “ยกแรงกว่า” โปรแกรม 100 Shot โดยอัตโนมัติ แต่สะท้อนถึงพื้นที่และแผนที่ต้องการดูแลมากกว่าค่ะ
แล้วเมื่อไรควรขยับจาก HIFU ไปหาร้อยไหม
ถ้าความรู้สึกไม่ได้เป็นเพียงว่า “หน้าเริ่มไม่กระชับ” แต่เริ่มเห็นชัดว่า เนื้อแก้มเคลื่อนลงมาแล้ว มีเนื้อข้างคางหรือแก้มล่างที่ดูหนักขึ้น และเวลาใช้มือพยุงแก้มขึ้นแล้วรู้สึกทันทีว่า นี่คือทิศทางของหน้าที่อยากได้ ตรงนี้ร้อยไหมจะเริ่มน่าสนใจมากค่ะ
เพราะร้อยไหมไม่ได้ทำงานเหมือน HIFU
HIFU ช่วยให้เนื้อเยื่อค่อย ๆ กระชับขึ้น แต่ร้อยไหมมี เส้นไหมที่สร้างแรงยึดกับเนื้อเยื่อและช่วยพยุงส่วนที่ตกกลับขึ้นไปในทิศทางที่หมอวาง
ดังนั้นถ้าโจทย์เปลี่ยนจาก “อยากให้กระชับขึ้น” มาเป็น “เนื้อส่วนนี้ตกลงมาแล้ว อยากให้มันถูกยกกลับขึ้นไป” การมีแรงพยุงโดยตรงจากไหมจะตอบโจทย์มากขึ้นค่ะ
ร้อยไหมช่วยยกกรอบหน้าอย่างไร
ลองนึกภาพว่าแก้มไม่ได้หายไปไหนเลยค่ะ เพียงแต่เนื้อบางส่วนที่เคยอยู่สูงค่อย ๆ เคลื่อนลงมาอยู่บริเวณแก้มล่างและข้างคาง เมื่อเนื้อไปกองอยู่ตรงนั้นมากขึ้น กรอบหน้าที่เคยเห็นชัดจึงถูกบัง
ร้อยไหมใช้เส้นไหมที่ออกแบบมาสำหรับงานยกกระชับสอดเข้าไปในชั้นใต้ผิว โดยไหมลิฟท์จะมีส่วนที่ช่วยยึดกับเนื้อเยื่อ เมื่อหมอวางอยู่ในชั้นและทิศทางที่เหมาะ เส้นไหมจึงสามารถช่วยพยุงเนื้อที่ตกให้กลับขึ้นไปได้
พอแก้มส่วนล่างถูกยกขึ้น เนื้อข้างคางก็สามารถดูเบาลง แนวกรามเปิดออกมากขึ้น และใบหน้าดูเรียวหรือสดขึ้นโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนกระดูกหรือเติมอะไรเข้าไปค่ะ
นี่เป็นเหตุผลที่ร้อยไหมเหมาะกับคนที่รู้สึกว่า “อยากได้กรอบหน้าเดิมกลับมา” มากกว่าคนที่ต้องการสร้างรูปหน้าใหม่
ร้อยไหมทำแล้วเห็นผลเลยไหม
ต่างจาก HIFU ที่ผลค่อย ๆ พัฒนา ร้อยไหมมีส่วนของผลลัพธ์ที่เกิดจากแรงพยุงของเส้นไหม จึงสามารถเห็น ทิศทางของการยกได้ตั้งแต่หลังทำค่ะ
อย่างไรก็ตาม ภาพในวันแรกยังไม่ใช่ผลสุดท้าย เพราะอาจมีบวม ความตึง รอยย่น หรือความรู้สึกว่าใบหน้าถูกยกมากกว่าที่คุ้นเคยอยู่บ้าง เมื่อเนื้อเยื่อค่อย ๆ เข้าที่ ความตึงลดลง ใบหน้าก็จะดูนุ่มและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
งานร้อยไหมที่สวยจึงไม่ได้หมายถึงการดึงให้สูงที่สุดในวันแรก แต่คือหลังจากเข้าที่แล้ว แก้มดูยกขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และเวลาพูดหรือยิ้มยังรู้สึกว่าเป็นใบหน้าของตัวเองค่ะ
ร้อยไหมกี่เส้นถึงจะยกสวย
จำนวนเส้นไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมดค่ะ
บางใบหน้าใช้ไหมไม่มาก แต่ทุกเส้นวางตรงกับส่วนที่ต้องการพยุง ผลก็สามารถเปลี่ยนได้ชัด ในขณะที่บางคนใช้จำนวนมากแต่ทิศทางของแรงไม่ตรงกับน้ำหนักของเนื้อ ผลก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่า
หมอจะดูทั้งน้ำหนักของแก้ม ระดับความหย่อน เนื้อข้างคาง ความต่างระหว่างซ้ายกับขวา และทิศทางที่ต้องการพยุงก่อนออกแบบจำนวนไหม
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาปรึกษา หมออยากให้ถามมากกว่าว่า “ใช้กี่เส้น” แต่ถามต่อว่า เส้นที่ใส่จะช่วยยกส่วนไหน และจะพาเนื้อไปในทิศทางไหน
เพราะตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่ทำให้ร้อยไหมเป็นงานออกแบบใบหน้า ไม่ใช่แค่การนับจำนวนเส้นค่ะ
ไหมลิฟท์กับไหม PDO / Collagen ทำไมจำนวนต่างกันมาก
เวลามองราคาอาจสงสัยว่า ทำไมไหมลิฟท์ใช้ประมาณ 4–8 เส้น แต่ไหม PDO / Collagen มีโปรแกรมถึง 20 หรือ 50 เส้น แล้วแบบที่มีจำนวนมากกว่าจะยกได้มากกว่าหรือเปล่า
คำตอบคือ ไหมคนละประเภททำหน้าที่ไม่เหมือนกันค่ะ
ไหมลิฟท์กรอบหน้าถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงยึดและพยุงเนื้อโดยตรง จำนวนจึงไม่ได้ต้องมากถึงหลายสิบเส้นเพื่อให้เกิดแรงยก
ส่วนไหม PDO / Collagen ที่ใช้จำนวนมากกว่าเป็นไหมอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งเน้นเรื่องการตอบสนองของเนื้อเยื่อและผิวมากกว่า ไม่สามารถเอาตัวเลข 50 เส้นมาเทียบกับไหมลิฟท์ 8 เส้นแล้วสรุปว่า 50 เส้นยกได้มากกว่าค่ะ
เวลามองโปรแกรมร้อยไหมจึงต้องดู ชนิดและหน้าที่ของไหมก่อนจำนวนเส้น
ราคาโปรแกรมร้อยไหม หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
สำหรับงานที่ต้องการ ยกแก้มและเปิดกรอบหน้าโดยตรง
ไหมลิฟท์กรอบหน้า เส้นละ 1,999 บาท
โดยทั่วไปใช้ประมาณ 4–8 เส้น ตามระดับความหย่อน น้ำหนักของแก้ม และทิศทางที่หมอออกแบบค่ะ
ส่วนไหมอีกกลุ่มหนึ่งมี
ไหม PDO / Collagen 20 เส้น ราคา 4,999 บาท
ไหม PDO / Collagen 50 เส้น ราคา 9,500 บาท
ก่อนมาไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเองว่าจะต้องซื้อ 4 เส้น 6 เส้น หรือ 8 เส้นค่ะ เพราะหมอต้องดูใบหน้าจริงและประเมินทิศทางก่อนว่าส่วนไหนควรได้รับแรงพยุง
หากมีงบประมาณอยู่ในใจสามารถบอกหมอได้ตรง ๆ เช่นกัน หมอจะช่วยวางว่า ภายใต้งบที่ตั้งไว้ ถ้าจะเน้นเพียงบางส่วนก่อน ควรยกตรงไหนจึงจะเปลี่ยนภาพรวมของกรอบหน้าได้มากที่สุดค่ะ
HIFU กับร้อยไหม เลือกอะไรดี
สองอย่างนี้ไม่ได้เป็นคู่แข่งกันค่ะ แต่ทำหน้าที่คนละช่วงของปัญหา
ถ้าหน้า เริ่มคลาย กรอบหน้าไม่กระชับเหมือนเดิม แก้มล่างเริ่มนิ่ม เหนียงเริ่มเห็น แต่ยังไม่มีเนื้อที่ตกลงมาเป็นก้อนมาก HIFU เป็นจุดเริ่มต้นที่สวยและพักฟื้นน้อย
แต่ถ้าหน้า เริ่มตก แก้มเคลื่อนต่ำลงจนมีเนื้อข้างคาง และสิ่งที่ต้องการคือแรงพยุงเนื้อกลับขึ้นไปอย่างเห็นทิศทาง ร้อยไหมจะตอบโจทย์ได้ตรงกว่า
หน้าเริ่มคลาย → HIFU ช่วยกระชับ
เนื้อเริ่มตก → ร้อยไหมช่วยพยุง
ส่วนถ้าปัญหาไม่ได้มาจากความหย่อนเลย แต่เกิดจาก สัดส่วนหรือวอลลุ่มที่ขาด เช่น คางสั้นหรือบางตำแหน่งยุบ ฟิลเลอร์อาจเป็นคำตอบที่ตรงกว่าทั้งสองอย่างค่ะ
มีหลายปัญหาพร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน
ใบหน้าจริงไม่ได้มีปัญหาแยกเป็นช่อง ๆ ค่ะ คนหนึ่งสามารถมีทั้งผิวเริ่มคลาย แก้มตกเล็กน้อย และคางค่อนข้างสั้นพร้อมกันได้
แต่การมองเห็นหลายอย่างไม่ได้แปลว่าต้องทำ HIFU ร้อยไหม และฟิลเลอร์พร้อมกันทั้งหมด
บางคนเริ่มจาก HIFU แล้วเมื่อกรอบหน้ากระชับขึ้น สิ่งที่เคยคิดว่าแก้มตกมากกลับดูน้อยลงจนไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม บางคนมีเนื้อแก้มตกชัดจริง พอร้อยไหมแล้วกรอบหน้ากลับมาสวยก็รู้สึกว่าพอแล้ว ขณะที่บางคนเพียงปรับสัดส่วนคางเล็กน้อย ความรู้สึกว่าหน้าช่วงล่างกว้างก็เปลี่ยนไปมากค่ะ
หมอจึงมักช่วยจัดลำดับจากสิ่งที่ เปลี่ยนภาพรวมได้มากที่สุดก่อน มากกว่าทำทุกอย่างที่สามารถทำได้
ยกกระชับที่ดี ไม่ได้หมายถึงดึงหน้าให้ตึงที่สุด
ไม่ว่าจะเป็น HIFU หรือร้อยไหม เป้าหมายของหมอไม่ได้อยู่ที่ทำให้หน้าเล็กที่สุดหรือถูกดึงสูงที่สุดค่ะ
ใบหน้าของเราต้องพูด ยิ้ม หัวเราะ และขยับอยู่ทุกวัน สิ่งที่สวยกว่าคือทำให้ส่วนที่เริ่มคลายกลับมากระชับขึ้น ส่วนที่ตกถูกพยุงอย่างเหมาะสม กรอบหน้าดูชัดขึ้น และเมื่อมองทั้งหน้าแล้วยังรู้สึกว่าเป็นตัวเองอยู่
บางครั้งผลที่ดีมากไม่ได้ทำให้คนรอบข้างถามว่า “ไปทำอะไรมา” แต่ทำให้เขารู้สึกเพียงว่า ช่วงนี้หน้าดูสดขึ้น กรอบหน้าดูดีขึ้น หรือดูเหมือนพักผ่อนมากขึ้นค่ะ
สำหรับหมอ นั่นเป็นเสน่ห์ของงานยกกระชับที่ดี เพราะเราไม่ได้กำลังสร้างใบหน้าใหม่ แต่กำลังช่วยให้ ใบหน้าเดิมกลับมาดูสด กระชับ และอยู่ในช่วงที่เจ้าของใบหน้าชอบมันมากขึ้น
ที่หมอปาล์มมี่คลินิก หมอปาล์มมี่จะเป็นผู้ประเมินใบหน้าก่อนทุกครั้ง ทั้งหน้าตรง มุมเฉียง และด้านข้าง เพื่อดูว่าความไม่ชัดของกรอบหน้าเกิดจากความคลายของผิว เนื้อแก้มที่ตก ไขมัน สัดส่วน หรือหลายอย่างร่วมกัน จากนั้นจึงค่อยวางแผนว่าจะใช้ HIFU ร้อยไหม หรืออาจยังไม่จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างค่ะ
เพราะงานยกกระชับที่เหมาะที่สุด ไม่ได้เริ่มจากเครื่องหรือจำนวนเส้น แต่เริ่มจากการรู้ก่อนว่า เรากำลังพยายามยกอะไร และใบหน้าของเราต้องการอะไรจริง ๆ ค่ะ