HIFU ช่วยยกกรอบหน้า กระชับแก้มและเหนียงได้อย่างไร | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
แก้มตกและกรอบหน้าไม่ชัดอาจเกิดจากเนื้อแก้มเคลื่อน ผิวสูญเสียความกระชับ วอลลุ่มลดลง คางสั้น ไขมัน หรือกล้ามเนื้อกราม บทความนี้เปรียบเทียบร้อยไหม HIFU และฟิลเลอร์ตามหน้าที่จริง พร้อมแนวทางที่หมอปาล์มมี่ใช้เลือกวิธีให้ตรงกับต้นเหตุและภาพความสวยของแต่ละคน
เคยไหมคะ อยู่ ๆ วันหนึ่งถ่ายรูปมุมข้างแล้วรู้สึกว่า ทำไมกรอบหน้าเราไม่ชัดเหมือนเมื่อก่อน แก้มช่วงล่างดูนิ่มขึ้น เหนียงเริ่มเห็นง่ายกว่าเดิม หรือเวลาหันหน้ามุมเฉียงแล้วช่วงล่างของหน้าดูไม่ค่อยเก็บ ทั้งที่น้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้นมาก และยังไม่ได้ถึงขั้นแก้มหย่อนลงมาเยอะจนรู้สึกว่าต้องทำอะไรใหญ่ ๆ
ถ้าหน้าเริ่มเปลี่ยนประมาณนี้ และสิ่งที่อยากได้คือ อยากให้ผิวกับกรอบหน้ากลับมากระชับขึ้น แต่ยังไม่อยากฉีดสารเติมเต็มและไม่อยากมีเส้นไหมอยู่ใต้ผิว HIFU เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่น่ารู้จักมากค่ะ เพราะเป็นงานยกกระชับที่ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ลงไปในระดับความลึกที่กำหนด เพื่อให้เนื้อเยื่อด้านในเกิดการหดตัวและค่อย ๆ มีการปรับตัวของคอลลาเจนตามมา ผลที่เรามองหาจึงเป็นแก้มที่ดูเก็บขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น เหนียงดูเบาลง และผิวช่วงล่างของหน้าดูแน่นกว่าเดิมโดยที่ยังเป็นหน้าเดิมของเราค่ะ
แต่คำว่า “กรอบหน้าไม่ชัด” ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำ HIFU นะคะ ถ้าเนื้อแก้มเคลื่อนลงมาชัดจนเริ่มมีเนื้อข้างคางและอยากได้แรงพยุงขึ้นจริง ๆ ร้อยไหมก็เป็นงานยกที่ดีมาก เพราะไหมลิฟท์สามารถสร้างแรงยึดและพยุงเนื้อได้โดยตรง ส่วนบางคนหน้าไม่ได้หย่อนมากเลย แต่ดูเหมือนตกเพราะคางสั้นหรือวอลลุ่มบางบริเวณลดลง แบบนั้น ฟิลเลอร์ก็ทำหน้าที่ได้ตรงกว่า บทความนี้จึงจะพาไปรู้จัก HIFU แบบเข้าใจจริงก่อน แล้วค่อยสอนให้แยกว่าหน้าแบบไหนควรเริ่ม HIFU และเมื่อไรควรเลือกวิธีอื่นค่ะ
HIFU เจ็บไหม ปลอดภัยไหม และต้องพักหน้าหรือเปล่า
ขอเริ่มจากคำถามที่หลายคนอยากรู้ก่อนเลยค่ะ เพราะเวลาได้ยินว่าเครื่องจะ “ยิงพลังงานลงไปใต้ผิว” ก็มีสิทธิ์จินตนาการไปก่อนว่าน่าจะเจ็บมาก
HIFU มีความรู้สึกค่ะ ไม่ใช่ทำแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย บางจุดจะรู้สึกจี๊ด ๆ อุ่น ๆ ตึง หรือเหมือนมีพลังงานลงไปลึกด้านใน โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้แนวกระดูก ความรู้สึกขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความลึก พลังงานที่ใช้ เครื่อง และความไวของแต่ละคน โดยทั่วไปอาการระหว่างทำและหลังทำมักอยู่ในระดับที่รับได้ และอาจมีแดง บวม กดเจ็บหรือระบมเล็กน้อยช่วงสั้น ๆ ค่ะ
ข้อดีที่หลายคนชอบ HIFU คือ ไม่มีแผลจากการสอดเส้นไหมและไม่ได้มีการฉีดสารเติมเต็มไปทั่วบริเวณที่ทำ หลังทำส่วนใหญ่จึงกลับไปใช้ชีวิต ทำงาน หรือแต่งหน้าได้ค่อนข้างเร็ว บางคนอาจรู้สึกตึง กดแล้วระบม หรือมีบวมแดงช่วงสั้น ๆ ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ
ในเรื่องความปลอดภัย HIFU เป็นงานที่ต้องรู้ว่าพลังงานกำลังลงตรงไหนและลึกเท่าไร ไม่ใช่แค่เปิดเครื่องแล้วยิงให้ครบ Shot เพราะบนใบหน้ามีทั้งชั้นไขมัน เส้นประสาท กระดูก และเนื้อเยื่อที่มีความหนาไม่เท่ากันแต่ละบริเวณ จึงต้องเลือกตำแหน่ง ความลึก และพลังงานให้เหมาะกับใบหน้าจริงค่ะ
HIFU คืออะไร ทำไมไม่ต้องดึงหน้าแต่หน้ากลับกระชับขึ้นได้
HIFU ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound ค่ะ แต่ไม่ต้องจำชื่อเต็มก็ได้ จำง่าย ๆ ว่าเป็นการใช้ คลื่นอัลตราซาวนด์รวมพลังงานไปยังจุดเล็ก ๆ ใต้ผิวในระดับความลึกที่กำหนด
จุดที่น่าสนใจคือพลังงานไม่ได้ตั้งใจทำให้ผิวด้านบนร้อนทั้งแผ่น แต่ถูกโฟกัสให้เกิดผลในเนื้อเยื่อเป้าหมายเป็นจุดเล็ก ๆ เมื่อเนื้อเยื่อได้รับพลังงานในระดับที่เหมาะ จะเกิดการหดตัวบางส่วน และหลังจากนั้นร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและปรับโครงสร้างคอลลาเจนต่อค่ะ
ลองนึกถึงผ้าที่แต่เดิมตึงและเรียบ แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ เริ่มคลายตัว ใบหน้าก็มีลักษณะคล้ายกันค่ะ เมื่อผิวและเนื้อเยื่อด้านล่างเริ่มไม่แน่นเหมือนเดิม เราจะเห็นกรอบหน้าเบลอขึ้น แก้มล่างดูนิ่ม และเหนียงเริ่มชัด
HIFU จึงไม่ได้มีหน้าที่จับแก้มแล้วลากขึ้นไปอีกตำแหน่งเหมือนแรงพยุงของไหม แต่ช่วยให้ โครงสร้างเดิมค่อย ๆ แน่นและกระชับขึ้นจากด้านใน ผลลัพธ์จึงมีความละมุนและค่อยเป็นค่อยไปมากค่ะ
หน้าแบบไหนทำ HIFU แล้วมักจะชอบผลลัพธ์
ถ้าช่วงนี้มองหน้าตัวเองแล้วรู้สึกว่า ยังเป็นโครงหน้าเดิมอยู่ทุกอย่าง เพียงแต่มันดูนิ่มและไม่กระชับเหมือนเมื่อก่อน แบบนี้เป็นโจทย์ที่น่าคุยเรื่อง HIFU มากค่ะ
เช่น กรอบหน้าที่เคยชัดเริ่มไม่คม แก้มช่วงล่างเริ่มนิ่มแต่ยังไม่ได้ตกเป็นก้อนใหญ่ มีเหนียงหรือผิวใต้คางเริ่มไม่แน่น ใบหน้าดูหย่อนนิด ๆ เวลาถ่ายรูปมุมข้าง หรือเริ่มรู้สึกว่าอยากเก็บหน้าให้เข้ารูปขึ้นโดยไม่อยากใช้หัตถการที่มีช่วงพักฟื้นมาก
คนที่มีความหย่อนระดับเล็กถึงปานกลางมักเป็นกลุ่มที่ HIFU น่าสนใจมาก และนี่คือเหตุผลที่ HIFU เป็นโปรแกรมที่เริ่มได้สวยในช่วงที่ เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่อยากปล่อยให้หย่อนมากกว่านี้ ค่ะ
HIFU ช่วยกรอบหน้าได้ยังไง
หลายคนคิดว่ากรอบหน้าจะชัดขึ้นได้ต้องไปลดกรามหรือเติมกรามก่อน แต่บางครั้งสิ่งที่ทำให้กรอบหน้าเบลอไม่ได้อยู่ที่รูปกระดูกเลยค่ะ
ลองนึกถึงแนวกรามเดิมของเราที่ยังอยู่เหมือนเดิม แต่ผิวและเนื้อบริเวณเหนือแนวกรามเริ่มไม่แน่น พอเนื้อบริเวณนี้ดูนิ่มลง เส้นของกรามก็จะไม่คมเหมือนเมื่อก่อน
เมื่อ HIFU ช่วยให้บริเวณดังกล่าวค่อย ๆ กระชับขึ้น ภาพของกรอบหน้าก็สามารถดู เก็บและต่อเนื่องขึ้น ตามไปด้วย เพราะฉะนั้นคนที่บอกว่า “ไม่ได้อยากหน้าเปลี่ยน แค่อยากได้กรอบหน้าเดิมกลับมาคมขึ้นหน่อย” เป็นประโยคที่เข้ากับ HIFU มากค่ะ
แล้วเหนียงล่ะ HIFU ช่วยได้แค่ไหน
บริเวณใต้คางเป็นอีกพื้นที่ที่ HIFU ถูกนำมาใช้บ่อยค่ะ โดยเฉพาะคนที่มีทั้งความไม่กระชับและเนื้อใต้คางระดับไม่มาก
เวลาผิวใต้คางไม่แน่น ต่อให้ไม่ได้มีไขมันเยอะมากก็สามารถเกิดเงาและทำให้มุมคางกับคอดูไม่คมได้ การเพิ่มความกระชับของบริเวณนี้จึงช่วยให้ภาพด้านข้างดูสะอาดขึ้นได้ค่ะ
แต่ถ้าเหนียงหลัก ๆ เกิดจากไขมันจำนวนมาก HIFU ไม่ได้เป็นเครื่องลดน้ำหนักหรือวิธีเอาไขมันปริมาณมากออก แบบนั้นต้องแยกก่อนว่าส่วนไหนคือความหย่อนและส่วนไหนคือปริมาณไขมันจริง นี่คือสิ่งที่หมอปาล์มมี่ต้องดูก่อนว่าจะวาง HIFU เพื่อ เก็บความกระชับ หรือจริง ๆ แล้วต้นเหตุหลักอยู่คนละเรื่องค่ะ
HIFU ทำเสร็จแล้วเห็นผลเลยไหม
บางคนจะรู้สึกว่าหน้าดูตึงหรือเก็บขึ้นเล็กน้อยหลังทำค่ะ แต่ถ้าถามว่าผลที่สวยที่สุดของ HIFU เกิดวันนั้นเลยไหม คำตอบคือยังค่ะ
เพราะส่วนสำคัญของผลลัพธ์เกิดจากกระบวนการที่ค่อย ๆ พัฒนาหลังทำ เมื่อร่างกายมีการปรับโครงสร้างคอลลาเจน เนื้อเยื่อจึงค่อย ๆ ดูแน่นขึ้นตามเวลา โดยทั่วไปเรามักเริ่มประเมินความเปลี่ยนแปลงกันในช่วงหลายสัปดาห์ และเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงประมาณ 1–3 เดือนค่ะ
ดังนั้นความสนุกของ HIFU คือทำแล้วไม่ต้องนั่งรอแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นผลที่ “วันรุ่งขึ้นสุดแล้ว” ค่ะ บางคนเดือนแรกเริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าดูดีขึ้น เดือนสองเริ่มเห็นจากรูป และเดือนสามกลับไปเทียบรูปก่อนทำแล้วเห็นความต่างชัดขึ้น
มันเป็นงานที่ ค่อย ๆ สวยขึ้นไปกับหน้าเรา มากกว่าการทำให้คนรอบข้างรู้ทันทีว่าเพิ่งไปทำอะไรมา
HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลไม่ได้มีวันหมดอายุแบบครบ 365 วันแล้วหายทันทีค่ะ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตอบสนองของเนื้อเยื่อเราเอง
โดยทั่วไปผลจะค่อย ๆ พัฒนาในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และหลายคนยังเห็นความกระชับต่อเนื่องได้หลายเดือนหลังทำ บางคนรักษาผลได้นานกว่านั้นตามอายุ ความหย่อนตั้งต้น น้ำหนักของเนื้อ ผิว การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก เครื่องและเทคนิคที่ใช้ รวมถึงกระบวนการสูงวัยที่ยังดำเนินต่อไปค่ะ
เพราะฉะนั้นอริสไม่อยากขายว่า “HIFU อยู่หนึ่งปีทุกคน” เพราะไม่ใช่ค่ะ สิ่งที่เหมาะกว่าคือทำแล้วดูว่าหน้าของเราตอบอย่างไร เมื่อผลเริ่มคลายลงในอนาคตก็ค่อยกลับมาประเมินใหม่ ไม่จำเป็นต้องตั้งวันนัดทำซ้ำจากสูตรเดียวกันทุกคนค่ะ
100 Shot 200 Shot คืออะไร ยิ่งเยอะยิ่งยกไหม
อันนี้ต้องสอนเลยค่ะ เพราะเวลาเห็นโปรโมชั่น HIFU สิ่งแรกที่เราเห็นมักเป็นตัวเลข 100 Shot, 200 Shot
จำนวน Shot ช่วยบอกจำนวนครั้งที่เครื่องส่งพลังงานตามระบบของเครื่อง แต่สิ่งที่สำคัญพอ ๆ กันคือ Shot เหล่านั้นถูกวางตรงไหน ใช้ความลึกอะไร และพื้นที่ที่กำลังยิงมีปัญหาอะไร
สมมติว่าคนหนึ่งกรอบหน้าดีอยู่แล้ว แต่มีเหนียงนิดเดียว ส่วนอีกคนมีทั้งแก้มล่าง กรอบหน้าและเหนียง ถ้าสองคนใช้จำนวน Shot เท่ากันทุกจุดโดยไม่สนใจรูปหน้า ก็ไม่ได้มีเหตุผลว่าจะออกมาดีเท่ากันค่ะ
ดังนั้นเวลาซื้อ HIFU จริง ๆ อย่าคิดว่าเรากำลังซื้อ “จำนวน Shot” อย่างเดียว เรากำลังซื้อว่า หมอจะเอา Shot เหล่านั้นไปวางตรงไหนบนหน้าเรา ตรงนี้สำคัญกว่าเยอะค่ะ
ราคา HIFU หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
ตามโปรโมชั่นปัจจุบันของคลินิก มีตัวเลือกให้เลือกตามพื้นที่ที่อยากดูแลค่ะ
HIFU กรอบหน้า + เหนียง
100 Shot ราคา 2,599 บาท
เหมาะกับคนที่กังวลช่วงล่างเป็นหลัก อยากเก็บแนวกรามกับบริเวณใต้คางให้ดูเข้ารูปและกระชับขึ้น
HIFU รอบดวงตา หน้าผาก ถุงใต้ตา และยกคิ้ว
100 Shot ราคา 2,599 บาท
เป็นการวางโปรแกรมสำหรับบริเวณช่วงบนของใบหน้า โดยต้องเลือกความลึกและตำแหน่งให้เหมาะกับพื้นที่ซึ่งละเอียดกว่าช่วงแก้มค่ะ
HIFU ริ้วรอยบริเวณคอ
200 Shot ราคา 3,599 บาท
สำหรับคนที่รู้สึกว่าผิวคอเริ่มไม่กระชับหรือมีริ้วบริเวณคอ และต้องการดูแลพื้นที่ที่กว้างขึ้นค่ะ
HIFU แก้มกระเปาะ + แก้ม + กรอบหน้า + เหนียง
200 Shot ราคา 3,599 บาท
ตัวนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่โจทย์ไม่ได้มีเพียงเหนียง แต่รู้สึกว่าช่วงแก้มล่างทั้งบริเวณเริ่มไม่เก็บและอยากทำงานกระชับในพื้นที่กว้างขึ้นค่ะ
ราคาที่ต่างกันจึงไม่ได้แปลว่าตัวหนึ่ง “ยกแรงกว่า” เพียงเพราะ Shot เยอะกว่า แต่เป็นเรื่องของ พื้นที่และแผนที่ต้องการดูแล ค่ะ
ถ้ามีงบหลักพัน HIFU ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีไหม
อริสว่าจุดนี้ HIFU น่าสนใจมากค่ะ เพราะถ้าความหย่อนยังไม่เยอะและสิ่งที่อยากได้คือเก็บกรอบหน้าหรือเหนียงให้ดูดีขึ้น สามารถเริ่มดูแลงานยกกระชับได้ตั้งแต่งบ 2,599 บาท ตามโปรแกรมปัจจุบันของคลินิก
ไม่จำเป็นต้องรอให้หน้าหย่อนมากแล้วค่อยเริ่มดูแล และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากหัตถการที่มีการพักฟื้นมากกว่าหากปัญหาของเรายังอยู่ในระดับที่ HIFU ทำหน้าที่ได้พอดี
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนควรเริ่ม 100 Shot เพื่อทดลองค่ะ ถ้าพื้นที่ที่กังวลกว้างกว่า เช่น มีทั้งแก้มล่าง กรอบหน้าและเหนียง การเลือกพื้นที่ 200 Shot อาจสมเหตุสมผลกว่า หมอจึงต้องช่วยดูว่าจำนวน Shot ที่เลือก พอสำหรับสิ่งที่เรากำลังพยายามเปลี่ยนหรือไม่ ค่ะ
แล้วเมื่อไร HIFU อาจจะไม่ทันใจเราแล้ว
สมมติว่าช่วงล่างไม่ได้เพียง “นิ่ม” แต่เริ่มเห็นว่า แก้มถูกเคลื่อนลงมาเป็นก้อนจริง ๆ มีเนื้อข้างคางชัด และเวลาใช้นิ้วยกแก้มขึ้นแล้วรู้สึกว่าต้องการให้เนื้อก้อนนั้นถูกพยุงขึ้นไปอย่างเห็นทิศทางชัด ๆ
ตรงนี้ร้อยไหมจะเริ่มเด่นขึ้นค่ะ เพราะ HIFU เก่งเรื่องความกระชับและการตอบสนองของเนื้อเยื่อ แต่ร้อยไหมมีเส้นไหมที่สร้างแรงยึดและ พยุงเนื้อทางกายภาพ โดยตรง
ดังนั้นไม่ได้เป็นเรื่องว่า HIFU ไม่ดีพอ แต่เป็นเพราะเรากำลังเปลี่ยนโจทย์จาก “อยากให้มันกระชับขึ้น” ไปเป็น “มันตกลงมาแล้ว อยากให้ช่วยยกกลับขึ้นไป” ซึ่งร้อยไหมเก่งมากในเรื่องนี้ค่ะ
HIFU กับร้อยไหม แบบไหนดีกว่า
ถ้าใครถามแบบนี้ คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ ดีคนละแบบค่ะ
ถ้าหน้าเพิ่งเริ่มหย่อน ความกระชับลดลง กรอบหน้าเริ่มเบลอ และอยากทำแบบพักฟื้นน้อย HIFU สวยมาก
แต่ถ้าแก้มตกจนมีเนื้อข้างคางและต้องการแรงยกที่เห็นทิศทางมากขึ้น ร้อยไหมก็น่าเลือกมากกว่า
ความผิดพลาดคือพยายามทำให้วิธีหนึ่งแทนอีกวิธีในหน้าที่ที่มันไม่ได้เก่งที่สุดค่ะ เพราะฉะนั้นบางคนที่ทำ HIFU แล้วชอบมาก ไม่ได้แปลว่า HIFU ดีกว่าร้อยไหม แต่เพราะหน้าของเขา ตรงกับโจทย์ HIFU พอดี และคนที่ร้อยไหมแล้วกรอบหน้าสวยขึ้นชัด ก็ไม่ได้แปลว่า HIFU ใช้ไม่ได้ แต่แก้มของเขาอาจเคลื่อนลงถึงระดับที่แรงพยุงจากไหมตอบโจทย์มากกว่าค่ะ
แล้วฟิลเลอร์มาเกี่ยวอะไรกับเรื่องยกกระชับ
ตรงนี้หลายคนแปลกใจค่ะ เพราะฟิลเลอร์ดูเหมือนเป็นงานเติม แล้วทำไมบางคนหน้าดูยกขึ้นหลังเติม
เพราะใบหน้าบางคนไม่ได้หย่อนเป็นปัญหาหลัก แต่ ดูเหมือนตกเพราะสัดส่วนหรือวอลลุ่มบางส่วนหายไป
เช่น คนที่คางค่อนข้างสั้น ช่วงล่างของหน้าจะดูสั้นและกว้าง กรอบหน้าจึงไม่ชัดเท่าที่ควร พอปรับสัดส่วนคางอย่างพอดี ทั้งหน้าสามารถดูเรียวและสมดุลขึ้นโดยที่ไม่ได้ยกแก้มเลยค่ะ
หรือบางคนแก้มช่วงบนกับขมับเริ่มเสียวอลลุ่ม ทำให้แสงเงาบนหน้าดูโทรมและส่วนล่างดูหนักขึ้น การเติมกลับตรงสิ่งที่หายสามารถทำให้ภาพรวมดูสดขึ้นได้มาก
ฟิลเลอร์จึงเก่งเรื่อง “เติมสิ่งที่ขาด” ขณะที่ HIFU เก่งเรื่อง “กระชับสิ่งที่เริ่มคลาย” และร้อยไหมเก่งเรื่อง “พยุงสิ่งที่ตกลงมา” พอเข้าใจสามประโยคนี้ เลือกง่ายขึ้นเยอะค่ะ
ถ้ามีทั้งสามปัญหาพร้อมกัน ไม่ต้องรีบทำทั้งสามอย่าง
ใบหน้าจริงไม่ได้อ่านตำรามาค่ะ คนหนึ่งจึงสามารถมีทั้งผิวเริ่มหย่อน แก้มตกเล็กน้อย และคางค่อนข้างสั้นพร้อมกันได้
แต่การเห็นสามปัญหาไม่ได้หมายความว่าต้องทำ HIFU + ร้อยไหม + ฟิลเลอร์พร้อมกันทั้งหมด
บางคนเริ่ม HIFU ก่อน พอหน้ากระชับขึ้นแล้วเรื่องที่เคยคิดว่าแก้มตกมากกลับดูน้อยลง บางคนแก้มตกชัดจริง ร้อยไหมก่อนแล้วกรอบหน้ากลับมาสวยจนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่ม และบางคนปรับคางเพียงเล็กน้อยแล้วหน้าดูสมดุลขึ้นมาก ความรู้สึกเรื่องกรอบหน้าไม่ชัดก็ลดลงเองค่ะ
นี่คือเหตุผลที่หมอปาล์มมี่จะช่วยจัดลำดับจากสิ่งที่ เปลี่ยนภาพรวมได้มากที่สุด ก่อนค่ะ
HIFU เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าไปทำอะไรมา
อันนี้เป็นอีกบุคลิกที่น่ารักของ HIFU ค่ะ
เพราะผลจะค่อย ๆ พัฒนา เราไม่ได้เดินออกจากคลินิกแล้วเปลี่ยนทรงหน้าไปทันที แต่ช่วงหลายสัปดาห์ต่อมาจะค่อย ๆ รู้สึกว่ากรอบหน้าดูดีขึ้น แก้มช่วงล่างเก็บขึ้น เหนียงดูเบาลง และหน้าดูแน่นกว่าเดิม
สำหรับคนที่ชอบผลแบบ “คนทักว่าหน้าดูดี แต่ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมา” HIFU จึงเป็นงานที่น่ารักมากค่ะ
HIFU ยิ่งแรงยิ่งดีไหม
ไม่ค่ะ และตรงนี้สำคัญมากพอ ๆ กับเรื่อง Shot
พลังงานต้องพอที่จะให้เนื้อเยื่อเป้าหมายตอบสนอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้สูงที่สุดเท่าที่ทนได้ หน้าแต่ละส่วนมีความหนาและองค์ประกอบไม่เท่ากัน และคนที่หน้าอิ่มกับคนที่หน้าเล็กบางก็ไม่ควรคิดเรื่องพลังงานเหมือนกันทั้งหมด
เป้าหมายของ HIFU คือ ให้พลังงานลงในชั้นที่เหมาะและได้ความกระชับที่ต้องการ โดยรักษารูปหน้าที่สวยอยู่แล้วไว้ ไม่ใช่ทำอย่างไรก็ได้ให้รู้สึกเจ็บที่สุด เพราะ “เจ็บมาก = ได้ผลมาก” ไม่ใช่หลักที่ใช้ตัดสินผลค่ะ
ทำ HIFU ครั้งเดียวพอไหม
ไม่มีคำตอบเดียวค่ะ
บางคนทำครั้งเดียวแล้วพอใจกับผลและรอจนวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าความกระชับลดลงจึงกลับมาประเมินใหม่ บางคนอาจมีแผนติดตามต่างออกไปตามเครื่อง พลังงาน และปัญหาตั้งต้น
สิ่งที่ไม่ควรทำคือกำหนดว่าจะต้องทำทุกกี่เดือนแบบอัตโนมัติโดยไม่ดูหน้า เพราะ HIFU เป็นงานพลังงานและควรมีเหตุผลทุกครั้งว่ากำลังทำเพื่ออะไร
พอถึงเวลาติดตาม หมอปาล์มมี่สามารถเทียบได้ว่ากรอบหน้าหรือเหนียงเปลี่ยนไปแค่ไหน ยังมีความหย่อนเหลือในระดับที่ควรทำเพิ่มหรือไม่ หรือจริง ๆ ตอนนี้หน้ากำลังดีอยู่แล้วและยังไม่จำเป็นต้องรีบทำค่ะ
หมอปาล์มมี่วาง HIFU ยังไงให้เข้ากับแต่ละหน้า
ก่อนทำ หมอไม่ได้มองเพียงว่าลูกค้าซื้อ 100 หรือ 200 Shot ค่ะ แต่ต้องดูว่าความหย่อนกระจายอยู่ตรงไหน
บางคนมีเหนียงเป็นหลักแต่แก้มยังดี บางคนแก้มช่วงล่างนิ่มและกรอบหน้าหายพร้อมกัน บางคนช่วงข้างคางเด่นกว่าส่วนอื่น บางคนอยากเก็บแก้มแต่ไม่อยากให้หน้าดูตอบ และบางคนมีรูปหน้าเล็กอยู่แล้วและต้องระวังไม่ให้พลังงานถูกวางในตำแหน่งที่ไม่ต้องการเสียวอลลุ่ม
เมื่อเห็นหน้าแล้ว จึงค่อยแบ่ง Shot และเลือกบริเวณค่ะ นี่คือเหตุผลที่ HIFU 200 Shot ของคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องถูกยิงเหมือน 200 Shot ของอีกคน จำนวนเท่ากัน แต่แผนไม่ควรเหมือนกันค่ะ
และตรงนี้ก็เป็นจุดที่หมอปาล์มมี่ได้คุยกับลูกค้าเอง ว่าอยากให้ช่วงไหนเปลี่ยนที่สุด มีงบเท่าไร และอยากได้ผลประมาณไหน แล้วจึงวางแผนตามใบหน้าจริงค่ะ
ถ้ามีงบทำอย่างเดียว วันนี้ควรเลือก HIFU ร้อยไหม หรือฟิลเลอร์
ให้ส่องกระจกแล้วถามตัวเองง่าย ๆ สามคำค่ะ
หน้ากำลัง “คลาย” หรือเปล่า
ถ้าเนื้อยังไม่ได้ตกมาก แต่ผิวและกรอบหน้าเริ่มไม่แน่น เหนียงเริ่มเห็น และอยากเก็บหน้าแบบพักฟื้นน้อย HIFU น่าสนใจมากค่ะ
หน้ากำลัง “ตก” หรือเปล่า
ถ้าแก้มเคลื่อนลงมาแล้ว มีเนื้อข้างคาง และอยากให้ส่วนนี้ถูกพยุงกลับขึ้นไปอย่างเห็นทิศทาง ร้อยไหมดีมากค่ะ
หน้ากำลัง “ขาด” หรือเปล่า
ถ้าคางสั้น วอลลุ่มบางตำแหน่งยุบ หรือสัดส่วนทำให้กรอบหน้าดูไม่สมดุล ฟิลเลอร์อาจตรงกว่าค่ะ
จำสามคำนี้ได้ เวลาไปปรึกษาหมอเราก็จะเข้าใจสิ่งที่หมอกำลังอธิบายได้ง่ายขึ้นเยอะค่ะ
HIFU ที่ดี ไม่ใช่แค่หน้าเล็กลง แต่ควรทำให้หน้าเดิมดูเข้ารูปขึ้น
ตรงนี้อยากให้เป็นหัวใจของบทค่ะ
เราไม่ได้ทำ HIFU เพราะต้องการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอีกคน และไม่ได้จำเป็นว่าทุกคนต้องมีหน้า V เหมือนกัน
สิ่งที่สวยกว่าคือ จากกรอบหน้าที่เริ่มคลาย ก็กลับมาดูเก็บขึ้น จากเหนียงที่เริ่มเห็น ก็เบาลง จากแก้มล่างที่เริ่มนิ่ม ก็รู้สึกแน่นขึ้น แล้วเวลามองรวมทั้งหน้า ยังรู้สึกว่า นี่คือหน้าเรา เพียงแต่ดูสดและกระชับกว่าเมื่อก่อน
นั่นคือผลลัพธ์ที่ HIFU ทำได้น่าสนใจมากในคนที่เลือกถูกเคสค่ะ
สรุป HIFU ช่วยยกกรอบหน้า กระชับแก้มและเหนียงได้อย่างไร
ถ้าช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่า กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนก่อน แก้มช่วงล่างดูนิ่ม เหนียงเริ่มเห็น หรือหน้าโดยรวมไม่ค่อยกระชับ แต่ยังไม่ได้มีเนื้อแก้มตกลงมาเยอะ HIFU เป็นหนึ่งในงานยกกระชับที่น่าสนใจมากค่ะ
HIFU ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสลงไปยังความลึกที่กำหนด ทำให้เนื้อเยื่อเป้าหมายเกิดการหดตัวและตามมาด้วยกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจน จึงทำให้ความกระชับค่อย ๆ พัฒนาขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
ที่ หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน ปัจจุบันมีโปรแกรม กรอบหน้า + เหนียง 100 Shot ราคา 2,599 บาท รอบดวงตา หน้าผาก ถุงใต้ตา ยกคิ้ว 100 Shot ราคา 2,599 บาท ริ้วรอยบริเวณคอ 200 Shot ราคา 3,599 บาท และ แก้มกระเปาะ + แก้ม + กรอบหน้า + เหนียง 200 Shot ราคา 3,599 บาท โดยหมอปาล์มมี่จะดูใบหน้าก่อนว่าจำนวน Shot ที่เลือกควรถูกวางตรงไหนและใช้เพื่อแก้เรื่องอะไร ไม่ได้ยิงจำนวนเท่ากันทุกหน้าค่ะ
แต่หลังอ่านมาทั้งบท ไม่อยากให้จำเพียงว่า HIFU = ยกหน้า อย่างเดียว อยากให้จำว่า หน้าคลาย → HIFU ช่วยให้กระชับ / เนื้อตก → ร้อยไหมช่วยพยุง / วอลลุ่มขาด → ฟิลเลอร์ช่วยเติม
เมื่อเข้าใจสามอย่างนี้แล้ว เราจะไม่ต้องเลือกโปรแกรมจากชื่อที่กำลังดังหรือจากจำนวน Shot เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปค่ะ แต่จะเริ่มมองหน้าตัวเองออกว่า ตอนนี้หน้ากำลังเปลี่ยนแบบไหน และวิธีไหนเกิดมาเพื่อแก้สิ่งนั้นจริง ๆ
สำหรับคนที่หน้าเพิ่งเริ่มคลายและอยากได้งานยกกระชับที่ไม่ต้องสอดไหม ไม่ต้องเติมวอลลุ่ม และช่วงพักฟื้นน้อย HIFU เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เริ่มง่ายและน่าสนใจมากจริง ๆ ค่ะ
ผลลัพธ์ ระยะเวลาที่เห็นผล ความรู้สึกระหว่างทำ จำนวน Shot และความเหมาะสมแตกต่างกันตามเครื่องมือ พลังงาน กายวิภาค ความหย่อน น้ำหนักของเนื้อเยื่อ และการตอบสนองของแต่ละบุคคลค่ะ
สอบถามหรือประเมินก่อนรับบริการ
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินก่อนตัดสินใจรับบริการ