ทรีตเมนต์ผิว
บางช่วงเราไม่ได้มีปัญหาผิวหนักอะไรเลยค่ะ แต่พอส่องกระจกกลับรู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อย ผิวไม่ค่อยสด แต่งหน้าแล้วรองพื้นไม่เรียบ หรือสัมผัสผิวแล้วรู้สึกแห้งและหยาบกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงที่พักผ่อนน้อย อยู่ในห้องแอร์นาน แต่งหน้าบ่อย เจอแดด หรือดูแลผิวขาดช่วง ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถทำให้ใบหน้าทั้งหน้าดูโทรมลงได้ ทั้งที่โครงหน้าไม่ได้เปลี่ยนเลยค่ะ
ในวันที่ปัญหายังอยู่ที่พื้นผิว ความชุ่มชื้น หรือสิ่งตกค้างบนผิว เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากงานฉีดเสมอไป บางครั้งการกลับมาทำความสะอาดผิวให้ดี ดูแลเซลล์ผิวชั้นนอก เติมความชุ่มชื้น ปลอบผิว และให้เวลาผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ ก็ช่วยให้หน้ากลับมาดูสด นุ่ม และแต่งหน้าง่ายขึ้นได้มากแล้ว
นี่เป็นเหตุผลที่ทรีตเมนต์ยังเป็นบริการที่หลายคนกลับมาทำซ้ำค่ะ เพราะนอกจากได้ดูแลผิวแล้ว ยังเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงที่เราได้นอนพักและปล่อยให้คนอื่นดูแลหน้าให้ครบตั้งแต่ต้นจนจบ
ที่หมอปาล์มมี่คลินิกมี ทรีตเมนต์ 3 สูตรหลัก ได้แก่ สูตรหน้าใส สูตรรักษาสิว และสูตรฝ้า กระ จุดด่างดำ แต่ละสูตรใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงและมีประมาณ 10 ขั้นตอน โดยไม่ได้ใช้สูตรเดียวกับทุกคน แต่เปลี่ยนรายละเอียดสำคัญให้ตรงกับสิ่งที่ผิวกำลังกังวลค่ะ
ทรีตเมนต์หน้าใส สำหรับวันที่อยากให้ผิวกลับมาสด นุ่ม และฉ่ำขึ้น
สูตรหน้าใสเป็นสูตรที่เริ่มง่ายที่สุด เหมาะกับคนที่ไม่ได้มีสิวหรือฝ้าเป็นปัญหาหลัก แต่รู้สึกว่าช่วงนี้ผิวดูโทรม แห้ง ขาดความฉ่ำ แต่งหน้าไม่ค่อยสวย หรืออยากมาพักผิวโดยไม่ใช้เข็มค่ะ
โปรแกรมเริ่มจาก Milky Cleansing เพื่อทำความสะอาดเครื่องสำอาง ความมัน และสิ่งตกค้างบนผิวก่อน จากนั้นจึงใช้ Whitening Scrub ดูแลผิวชั้นนอกให้รู้สึกสะอาดและเรียบขึ้น แล้วมีช่วงนวดหน้าประมาณ 5 นาที ซึ่งช่วยให้การทำทรีตเมนต์ไม่ได้รู้สึกเหมือนมาทำขั้นตอนผิวอย่างเดียว แต่ได้พักไปพร้อมกันด้วย
หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงเติมความชุ่มชื้นด้วย Aloe Vera Gel ร่วมกับหัวความเย็นทั่วหน้าประมาณ 15 นาที ผิวจึงรู้สึกเย็น สบาย และได้รับความชุ่มชื้นมากขึ้น ก่อนแยกดูแลบริเวณใต้ตาด้วยวิตามินและหัวสำหรับใต้ตาโดยเฉพาะค่ะ
ในโปรแกรมยังมี RF บริเวณกรอบหน้าและกัวซา เป็นขั้นตอนเสริม ก่อนเข้าสู่ช่วงมาสก์วิตามินเพิ่มความชุ่มชื้นประมาณ 15–20 นาที และปิดท้ายด้วยการนวดศีรษะ คอ บ่า ไหล่ ครีมบำรุง และครีมกันแดด
ภาพรวมของสูตรนี้จึงเหมือนค่อย ๆ พาผิวจาก สะอาดขึ้น เรียบขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น และสบายผิวขึ้น แล้วจึงบำรุงปิดท้ายอย่างเต็มที่ค่ะ
ทำไมพอผิวชุ่มชื้นขึ้น แต่งหน้าก็ดูสวยขึ้นด้วย
คนที่แต่งหน้าเป็นประจำจะเห็นเรื่องนี้ง่ายมากค่ะ เพราะต่อให้ใช้รองพื้นตัวเดิม ผลที่ได้ในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน
ถ้าผิวแห้ง มีขุย หรือพื้นผิวไม่เรียบ รองพื้นจะไปเกาะอยู่ตามบริเวณเหล่านั้น ทำให้เห็นเป็นคราบ ริ้วเล็กดูชัดขึ้น และยิ่งเติมแป้งก็ยิ่งเห็นพื้นผิวมากกว่าเดิม
แต่เมื่อผิวชั้นบนสะอาดและมีความชุ่มชื้นเพียงพอ พื้นผิวจะรู้สึกนุ่มและต่อเนื่องกว่า รองพื้นจึงเกลี่ยง่ายและดูกลืนกับผิวมากขึ้น เวลามีแสงตกกระทบ ผิวก็จะดูสดและมีความฉ่ำมากกว่าตอนที่ผิวแห้งค่ะ
ดังนั้นความรู้สึกว่าหลังทำทรีตเมนต์แล้ว “หน้าดูใสขึ้น” ไม่ได้หมายความว่าเม็ดสีหายไปในหนึ่งชั่วโมงเสมอไป แต่ส่วนหนึ่งมาจากผิวที่สะอาด นุ่ม มีน้ำ และสะท้อนแสงได้สวยขึ้นด้วย
ทรีตเมนต์รักษาสิว ไม่ได้มีแค่กดสิวแล้วกลับบ้าน
ถ้าปัญหาหลักคือ สิวอุดตัน สิวขึ้นเรื่อย ๆ ผิวมัน หรือมีรอยจากสิวร่วมด้วย สูตรรักษาสิวจะเปลี่ยนรายละเอียดจากสูตรหน้าใสค่อนข้างชัดค่ะ
หลังทำความสะอาดและเตรียมผิว จะมีการ กดสิวเฉพาะหัวที่เหมาะกับการกด ตามลักษณะของสิว ไม่ได้พยายามกดทุกเม็ดบนหน้า เพราะสิวอุดตันที่หัวพร้อมออกกับสิวอักเสบแดงหรือก้อนลึกเป็นคนละเรื่องกัน
จากนั้นจะมี AHA ประมาณ 10 นาที เพื่อดูแลผิวชั้นนอกและการอุดตัน แล้วตามด้วย Aloe Vera Gel และหัวความเย็นเพื่อช่วยให้ผิวรู้สึกสบายขึ้น
สูตรนี้ยังมีขั้นตอนดูแลใต้ตา RF และกัวซาเช่นกัน แต่จะเพิ่มหนึ่งในจุดเด่นของสูตรสิวคือ LED แสงสีฟ้าประมาณ 10 นาที ก่อนปิดท้ายด้วย Clay Mask สำหรับผิวเป็นสิวประมาณ 20 นาที
ดังนั้นสูตรสิวจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเอาหัวสิวออกในวันที่มาทำ แต่เป็นการดูแลตั้งแต่ความสะอาด การอุดตัน ผิวชั้นนอก ไปจนถึงการปลอบผิวหลังผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ค่ะ
กดสิวช่วยได้ แต่ไม่ได้หยุดการเกิดสิวใหม่
การกดสิวมีประโยชน์มากกับสิวอุดตันที่หัวพร้อมออกค่ะ เพราะช่วยนำสิ่งอุดตันที่ค้างอยู่ใต้ผิวออก ทำให้เม็ดที่เห็นลดลงและผิวสัมผัสดูเรียบขึ้นได้เร็ว
แต่สิ่งที่การกดทำไม่ได้คือหยุดกระบวนการสร้างหัวใหม่
ถ้าสาเหตุของการอุดตันยังเกิดอยู่เหมือนเดิม วันนี้กดออกแล้ว อีกช่วงหนึ่งก็สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นคนที่มีสิวขึ้นต่อเนื่องอาจต้องดูร่วมกับสกินแคร์ ยารักษาสิว หรือแผนอื่นตามสภาพผิวค่ะ
เพราะฉะนั้นทรีตเมนต์สิวเหมาะมากในฐานะส่วนหนึ่งของการดูแลผิวเป็นสิว แต่ไม่จำเป็นต้องพยายามให้หนึ่งชั่วโมงทำหน้าที่แทนทุกอย่าง
มีสิวไม่ได้แปลว่าต้องทำให้ผิวแห้งที่สุด
ความเข้าใจหนึ่งที่ทำให้ผิวเป็นสิวดูแลยากขึ้นคือคิดว่า ถ้าหน้ามันหรือมีสิว เราต้องทำให้ผิวแห้งที่สุดค่ะ
จริง ๆ แล้วคนเป็นสิวก็สามารถมีผิวขาดน้ำ แห้ง ลอก หรือเกราะผิวอ่อนแอได้เหมือนกัน และเมื่อผิวระคายง่าย การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวก็ยิ่งลำบากขึ้น
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลังขั้นตอนสำหรับสิว สูตรของคลินิกยังมีการปลอบผิวและเติมความชุ่มชื้นตามมา ไม่ได้จบด้วยการทำให้หน้าแห้งตึงที่สุดแล้วถือว่าสิวได้รับการดูแลดีค่ะ
เป้าหมายคือจัดการสิ่งที่ควรจัดการ โดยที่ผิวยังรู้สึกสบายและสามารถดูแลต่อในวันถัดไปได้
ทรีตเมนต์ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เน้นเรื่องเม็ดสีมากขึ้น
สูตรที่สามคือ ทรีตเมนต์ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งจะให้น้ำหนักกับเรื่องความไม่สม่ำเสมอของสีผิวมากขึ้นค่ะ
หลังจาก Milky Cleansing และ Whitening Scrub จะมี AHA Mask ประมาณ 10–15 นาที เพื่อดูแลผิวชั้นนอก และตามด้วย Alpha Arbutin ประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้สูตรนี้มีบุคลิกด้านงานเม็ดสีชัดกว่าสูตรอื่น
Alpha Arbutin เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเม็ดสีผ่านเอนไซม์ Tyrosinase จึงถูกนำมาใช้ในงานดูแลความกระจ่างใส ฝ้า กระ จุดด่างดำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอค่ะ
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนลดเม็ดสีคือ หลังจากนั้นผิวยังได้รับ Aloe Vera Gel และหัวความเย็น เพื่อปลอบผิว ก่อนต่อด้วยการดูแลใต้ตา RF กัวซา มาสก์วิตามินเพิ่มความชุ่มชื้น และครีมบำรุงกับกันแดดในช่วงท้าย
จึงไม่ได้พยายามทำให้หน้าลอกหรือแสบที่สุดเพื่อหวังให้ฝ้าจางเร็วที่สุด แต่เป็นการทำงานกับผิวชั้นนอกและเม็ดสี พร้อมกับดูแลไม่ให้ผิวถูกทิ้งไว้ในสภาพแห้งและระคายค่ะ
ฝ้าและจุดด่างดำไม่ได้ต้องการความแรงสูงสุดเสมอไป
คนที่เห็นรอยสีน้ำตาลบนหน้ามักอยากให้จางเร็วที่สุดค่ะ จึงเป็นกลุ่มที่มีโอกาสใช้กรด ครีมผลัดผิว หรือผลิตภัณฑ์ลดเม็ดสีหลายอย่างซ้อนกันได้ง่าย
แต่ถ้าผิวถูกทำจนเกิดความระคายมากเกินไป การอักเสบเองก็สามารถทำให้สีผิวดูแย่ลงได้
ดังนั้นในสูตรฝ้าของคลินิก หลังช่วง AHA และ Alpha Arbutin จึงยังมีขั้นตอนปลอบและเติมความชุ่มชื้นตามต่อ เป้าหมายไม่ใช่ความรู้สึกว่า “ยิ่งแสบยิ่งได้ผล” แต่เป็นผิวที่ได้รับการดูแลเรื่องเม็ดสีโดยไม่จำเป็นต้องแลกกับความระคายเคืองเกินพอดีค่ะ
3 สูตร เลือกสูตรไหนง่ายที่สุด
ถ้าผิวไม่มีปัญหาเฉพาะมาก แต่ช่วงนี้ โทรม แห้ง ขาดความฉ่ำ แต่งหน้าไม่ค่อยติด หรืออยากพักผิว ให้เริ่มมองสูตรหน้าใสค่ะ
ถ้ามี สิวอุดตัน สิวขึ้นเรื่อย ๆ ความมัน หรือรอยสิวเป็นสิ่งที่กังวลหลัก สูตรรักษาสิวจะตรงกว่า เพราะเพิ่มการกดสิว AHA, LED แสงสีฟ้า และ Clay Mask เข้ามา
ส่วนคนที่กังวล ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ สูตรฝ้าจะให้น้ำหนักเรื่องเม็ดสีมากขึ้นด้วย AHA และ Alpha Arbutin
จำง่าย ๆ คือ หน้าโทรม → พักและเติมผิว / มีสิว → ดูแลสิว / มีฝ้า กระ จุดด่างดำ → เน้นเม็ดสี
แต่ผิวของคนจริงไม่ได้แบ่งเป็นสามช่องชัดขนาดนั้นนะคะ บางคนมีสิวพร้อมรอยดำ บางคนมีฝ้าแต่ผิวแห้งมาก ดังนั้นก่อนเริ่มสามารถบอกปัญหาหลักของผิวได้ และจะช่วยเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวในวันนั้นค่ะ
ทรีตเมนต์เหมาะมากกับคนที่ยังไม่อยากเริ่มงานเข็ม
ไม่ใช่ทุกคนที่อยากเริ่มดูแลผิวแล้วต้องพร้อมฉีดค่ะ
บางคนเพิ่งเริ่มสนใจคลินิกความงาม บางคนมีงานวันรุ่งขึ้นและไม่อยากมีรอยเข็ม บางคนเพียงอยากให้ผิวได้รับการดูแลมากกว่าการทาสกินแคร์ที่บ้าน และบางคนก็แค่อยากมีเวลาสักหนึ่งชั่วโมงที่ไม่ต้องทำอะไรเลย
ทรีตเมนต์จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายมาก เพราะไม่ได้เปลี่ยนรูปหน้า และเป้าหมายของมันก็เข้าใจตรงไปตรงมา คือดูแลพื้นผิว ความสะอาด ความชุ่มชื้น ความสบายผิว และเพิ่มขั้นตอนเฉพาะตามปัญหาของแต่ละสูตรค่ะ
ก่อนวันสำคัญ ทรีตเมนต์หน้าใสเป็นอีกวิธีเตรียมผิวที่ง่ายมาก
ก่อนงานแต่ง งานรับปริญญา วันที่ต้องถ่ายรูป หรือวันที่อยากแต่งหน้าเต็ม สิ่งที่คนมักคิดก่อนคือรองพื้นหรือช่างแต่งหน้าค่ะ แต่จริง ๆ แล้วพื้นผิวที่อยู่ใต้เครื่องสำอางมีผลกับเมคอัพมาก
ถ้าผิวแห้งเป็นขุย รองพื้นจะเป็นคราบได้ง่าย ถ้าผิวขาดน้ำ ริ้วเล็กจะดูชัดเมื่อเติมแป้ง และถ้าพื้นผิวหยาบ เมคอัพจะดูหนากว่าความเป็นจริง
การเตรียมผิวให้สะอาด นุ่ม และมีความชุ่มชื้นขึ้นก่อน จึงช่วยให้การแต่งหน้าในวันต่อมามีพื้นผิวที่พร้อมกว่าเดิมค่ะ
บางครั้งสิ่งที่ทำให้เมคอัพสวยขึ้นมาก ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนเครื่องสำอาง แต่เป็นเพราะ ผิวข้างใต้อยู่ในสภาพที่ดีขึ้น
ราคาเดียวกันทั้ง 3 สูตร เลือกจากผิว ไม่ต้องเลือกจากราคา
ทรีตเมนต์ทั้ง สูตรหน้าใส สูตรรักษาสิว และสูตรฝ้า กระ จุดด่างดำ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีราคากลุ่มเดียวกันค่ะ
1 ครั้ง 999 บาท
3 ครั้ง 2,900 บาท
6 ครั้ง 5,600 บาท
เพราะราคาทั้งสามสูตรเท่ากัน เราจึงไม่ต้องเลือกว่าสูตรไหน “คุ้มกว่า” แต่เลือกจากปัญหาของผิวได้ตรง ๆ เลยค่ะ
คนที่ยังไม่เคยทำสามารถเริ่ม 1 ครั้งก่อนได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อหลายครั้งตั้งแต่ต้น ส่วนคนที่ชอบดูแลผิวเป็นประจำหรือมีแผนต่อเนื่องจึงค่อยเลือกแพ็ก 3 หรือ 6 ครั้งได้
ทรีตเมนต์ไม่ได้ต้องทำเฉพาะเวลาหน้ามีปัญหา
จริง ๆ แล้วลูกค้าหลายคนมาทรีตเมนต์ไม่ได้มาเพราะรักษาอะไรเลยค่ะ
บางคนเพียงรู้ว่าช่วงนี้ทำงานหนักและหน้าเริ่มดูเหนื่อย บางคนมาทำก่อนวันสำคัญ บางคนชอบความรู้สึกหลังผิวได้รับความชุ่มชื้น และบางคนชอบช่วงนวดหน้า นวดศีรษะ คอ บ่า ไหล่ จนกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ใช้พักตัวเองเป็นระยะ
โดยเฉพาะสูตรหน้าใส เราไม่จำเป็นต้องมีปัญหาผิวหนักถึงจะทำได้ เป้าหมายสามารถง่ายมากแค่ วันนี้อยากพักหน้าและอยากให้ผิวดูสดขึ้น
หลังจบหนึ่งชั่วโมง เราไม่ได้ต้องการให้ใบหน้ากลายเป็นอีกคนค่ะ แค่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า หน้าที่ดูเหนื่อยก่อนเข้ามา กลับมาดูนุ่ม สด และมีชีวิตชีวาขึ้น ก็เป็นผลลัพธ์ที่ตรงกับหน้าที่ของทรีตเมนต์แล้ว
ที่หมอปาล์มมี่คลินิก ทรีตเมนต์ไม่ได้มีสูตรเดียวสำหรับทุกผิว
สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ว่าจะทำ 10 ขั้นตอนครบเหมือนกันแค่ไหน แต่คือ สิบขั้นตอนนั้นกำลังทำเพื่ออะไร
สูตรหน้าใสถูกออกแบบไปทางความสด ความชุ่มชื้น และการพักผิว สูตรสิวเพิ่มขั้นตอนที่ตอบโจทย์สิวอุดตันและผิวเป็นสิว ส่วนสูตรฝ้า กระ และจุดด่างดำให้น้ำหนักกับงานเม็ดสีมากขึ้น พร้อมรักษาความชุ่มชื้นและความสบายผิวไว้
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกสูตรไหน ไม่ต้องเลือกเองมาก่อนค่ะ เพียงบอกว่าช่วงนี้ผิวเป็นอย่างไร และอยากให้หลังจบหนึ่งชั่วโมงรู้สึกต่างจากตอนเข้ามาตรงไหน ก็สามารถช่วยเลือกสูตรให้ตรงกับผิวได้
เพราะบางครั้งสิ่งที่ผิวต้องการไม่ได้ซับซ้อนเลยค่ะ แค่ได้ถูกทำความสะอาดอย่างดี ได้เติมน้ำ ได้พักจากความแห้งและความวุ่นวายสักหนึ่งชั่วโมง แล้วกลับออกไปพร้อมกับผิวที่ สด นุ่ม และดูได้รับการดูแลอีกครั้ง ก็เพียงพอแล้วค่ะ