Doctor Palmy Clinic logo Doctor Palmy Clinic หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน

รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ปัญหาผิวหลายอย่างมีหน้าตาคล้ายกันจนทำให้เราเลือกดูแลผิดเรื่องได้ง่ายค่ะ เห็นเม็ดเล็ก ๆ ก็เรียกว่าสิวทั้งหมด เห็นสีน้ำตาลบนแก้มก็คิดว่าเป็นฝ้า หรือเห็นรอยหลังสิวเต็มหน้าแล้วรู้สึกว่าสิวยังไม่หาย ทั้งที่บางครั้งเม็ดสิวหยุดไปแล้ว เหลือเพียงรอยสีและหลุมบนผิว

สำหรับหมอ จุดเริ่มต้นของการดูแลผิวจึงไม่ใช่การเลือกโปรแกรมก่อน แต่คือ แยกให้ออกก่อนว่าสิ่งที่เห็นอยู่บนหน้าเป็นอะไร

ถ้ายังมีเม็ดนูน อุดตัน แดง เจ็บ หรือมีหนอง นั่นคือปัญหาสิวที่ยังเกิดอยู่ ถ้าเม็ดสิวยุบแล้วเหลือสีแดง น้ำตาล หรือคล้ำ แต่ผิวยังเรียบ สิ่งนั้นคือรอยหลังสิว แต่ถ้าระดับผิวยุบลงจนเห็นเป็นแอ่งหรือเป็นคลื่น นั่นจึงเป็นหลุมสิวค่ะ

ส่วนฝ้า กระ และจุดด่างดำก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง แม้จะเห็นเป็นสีน้ำตาลเหมือนกัน แต่ต้นเหตุและลักษณะของเม็ดสีแตกต่างกัน ดังนั้นคนหนึ่งสามารถมีทั้งสิว รอยดำ ฝ้า และกระอยู่บนหน้าเดียวกันได้ โดยไม่ควรใช้วิธีเดียวจัดการทุกอย่าง

ที่หมอปาล์มมี่คลินิกจึงเริ่มจากการดูผิวจริงก่อน แล้วค่อยวางแผนว่า วันนี้ควร หยุดสิวใหม่ ฟื้นสภาพผิว เก็บรอย ดูแลเม็ดสี หรือเริ่มแก้โครงสร้างของหลุม ค่ะ

ถ้ายังมีสิวขึ้นใหม่ สิ่งแรกคือหยุดการสร้างรอยใหม่ก่อน

เวลามีทั้งสิว รอย และหลุมพร้อมกัน เรามักอยากรีบทำหลุมหรือเก็บรอยให้หน้าดูดีขึ้นเร็ว ๆ แต่ถ้ายังมีสิวอักเสบใหม่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ สิวเหล่านั้นก็ยังสามารถสร้างรอยและหลุมชุดใหม่ได้เรื่อย ๆ ค่ะ

หมอจึงมักให้ความสำคัญกับ การควบคุมสิวใหม่ก่อน

สิวอุดตันกับสิวอักเสบก็ไม่ได้ดูแลเหมือนกันทั้งหมด สิวอุดตันมักเป็นหัวขาว หัวดำ หรือเม็ดเล็กใต้ผิว ส่วนสิวอักเสบจะเริ่มมีความแดง บวม เจ็บ หรือมีหนอง และถ้าเป็นก้อนลึกก็ยิ่งมีโอกาสทิ้งรอยหรือหลุมมากขึ้น

เวลาประเมิน หมอไม่ได้ดูแค่จำนวนเม็ด แต่จะดูด้วยว่าผิวมันหรือแห้งง่าย มีการระคายเคืองไหม ใช้สกินแคร์อะไรอยู่ เคยใช้ยาตัวไหน และผิวในช่วงนั้นแข็งแรงพอที่จะรับการดูแลแบบใดค่ะ

บางคนสิวไม่เยอะมาก แต่ผิวแห้ง ลอก แสบง่ายจากการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์หลายตัว แบบนี้การพยายามเพิ่มความแรงเข้าไปอีกอาจไม่ใช่คำตอบ แต่ต้องช่วยให้ผิวกลับมาอยู่ในสภาพที่ดูแลต่อได้ด้วย

Hestina Skin Booster — สำหรับผิวเป็นสิวที่อยากฟื้นสภาพผิวไปพร้อมกัน

หนึ่งในโปรแกรมที่หมอปาล์มมี่คลินิกมีสำหรับกลุ่มผิวเป็นสิวคือ Hestina Skin Booster ค่ะ

Hestina มีส่วนประกอบเด่นอย่าง Nano Capsule Peptide Complex, Sodium Hyaluronate และ Niacinamide หรือ Vitamin B3 โดยแนวทางของผลิตภัณฑ์เน้นทั้งเรื่องความชุ่มชื้น การดูแลสภาพผิว และผิวที่มีปัญหาสิวหรือความบอบบางร่วมด้วย

นี่ทำให้ Hestina มีบทบาทต่างจากการกดสิวหรือการใช้ยารักษาสิวเพียงอย่างเดียว เพราะบางคนไม่ได้มีแค่เม็ดสิว แต่ผิวทั้งหน้ากำลังแห้ง อ่อนแอ มีรอยแดง หรือดูไม่สดเหมือนเดิม

หมอจึงอาจพิจารณา Hestina ในคนที่มีสิวร่วมกับปัญหาอย่าง ผิวขาดน้ำ ผิวแห้งง่าย รูขุมขนดูเด่น หรืออยู่ในช่วงที่สิวเริ่มสงบแล้วแต่คุณภาพผิวยังไม่กลับมาดี

อย่างไรก็ตาม หากยังมีสิวอักเสบมาก ยารักษาสิวหรือแนวทางรักษาสิวตามสาเหตุก็ยังมีบทบาทค่ะ Hestina ไม่ได้ถูกใช้แทนทุกอย่าง แต่เป็นอีกเครื่องมือสำหรับดูแลสภาพผิวประกอบกัน

ราคา Hestina Skin Booster
3 cc 3,100 บาท
6 cc 5,900 บาท

ทรีตเมนต์สิว 10 ขั้นตอน สำหรับสิวอุดตันและการดูแลผิวระหว่างรักษา

สำหรับคนที่มีสิวอุดตัน ความมัน หรืออยากดูแลผิวควบคู่กับแผนรักษา ที่คลินิกมี ทรีตเมนต์สิว 10 ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่ะ

โปรแกรมเริ่มจากการทำความสะอาดผิวด้วย Milky Cleansing และ Whitening Scrub จากนั้นกดสิวเฉพาะหัวที่เหมาะ ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องกดทุกเม็ดบนหน้าออกให้หมด เพราะสิวบางชนิด โดยเฉพาะสิวอักเสบที่แดงหรือเจ็บ ไม่ควรถูกบีบหรือกดแรง ๆ

หลังจากนั้นมี AHA ประมาณ 10 นาที เพื่อดูแลผิวชั้นนอกและการอุดตัน ตามด้วย Aloe Vera Gel ร่วมกับหัวความเย็นเพื่อปลอบผิว และมี LED แสงสีฟ้าประมาณ 10 นาที เป็นอีกขั้นตอนของสูตรสิว ก่อนปิดท้ายด้วย Clay Mask และขั้นตอนดูแลผิวตามโปรแกรมค่ะ

ข้อสำคัญคือการกดสิวช่วยเอาหัวอุดตันที่พร้อมออกได้ แต่ไม่ได้หยุดกระบวนการสร้างสิวใหม่ ดังนั้นถ้าสิวเกิดซ้ำอยู่เรื่อย ๆ ก็ยังต้องดูต่อถึงยา สกินแคร์ และปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวด้วย

ราคาทรีตเมนต์สิว
1 ครั้ง 999 บาท
3 ครั้ง 2,900 บาท
6 ครั้ง 5,600 บาท

เม็ดสิวหายแล้ว แต่ทำไมหน้ายังดูเหมือนเป็นสิวเยอะ

เคสนี้เจอบ่อยมากค่ะ บางคนแทบไม่มีสิวอักเสบใหม่แล้ว แต่เวลามองกระจกยังรู้สึกว่าหน้าดูเป็นสิวเต็มไปหมด เพราะสิ่งที่เหลืออยู่คือ รอยแดง รอยดำ รูขุมขน และหลุมสิว

ตรงนี้แผนต้องเปลี่ยนแล้วค่ะ

ถ้าผิวยังเรียบแต่เหลือสี นั่นคือรอยหลังสิว ซึ่งจะมีทั้งรอยแดงและรอยดำ ส่วนถ้าเวลาโดนแสงเฉียงแล้วเห็นผิวเป็นแอ่งหรือเป็นคลื่น นั่นคือโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไปและเข้าสู่เรื่องของหลุมสิว

ดังนั้นการรักษาสิวต่อไปด้วยวิธีเดิม ทั้งที่สิวใหม่แทบไม่เกิดแล้ว ก็อาจไม่ช่วยสิ่งที่กำลังรบกวนเราอยู่จริง ๆ

ช่วงนี้หมอจะค่อย ๆ ขยับจากคำว่า “หยุดสิวใหม่” ไปสู่ “เก็บสิ่งที่สิวทิ้งไว้” ค่ะ

หลุมสิวต้องดูโครงสร้าง ไม่ใช่แค่เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

หลุมสิวต่างจากรอยดำอย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้มีแค่สี แต่ระดับของผิวและคอลลาเจนบริเวณนั้นเปลี่ยนไปแล้ว

หลุมสิวเองก็มีหลายแบบ เช่น Rolling scar ที่มักเป็นหลุมกว้างและทำให้ผิวดูเป็นคลื่น, Boxcar scar ที่มีขอบของหลุมค่อนข้างชัด และ Ice-pick scar ที่มีปากหลุมเล็กแต่ลึกลงไปค่ะ

คนหนึ่งสามารถมีหลายชนิดปนกันบนหน้าเดียวได้ ดังนั้นคำว่า “รักษาหลุมสิว” จึงไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกผลิตภัณฑ์หนึ่งตัวแล้วทำทั่วหน้าเหมือนกันทั้งหมด

ถ้ามีพังผืดใต้ผิวดึงหลุมเอาไว้ โดยเฉพาะ Rolling scar บางลักษณะ Subcision อาจถูกนำมาใช้เพื่อช่วยปล่อยแรงดึงนั้นก่อน เพราะหากผิวยังถูกพังผืดรั้งอยู่ การทำงานผิวอย่างเดียวก็ไม่ได้แก้ต้นเหตุของหลุมนั้นค่ะ

ส่วนหลังจากแก้โครงสร้างหลักแล้ว งานฟื้นฟูผิวหรือกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนจึงสามารถเข้ามาช่วยเรื่องคุณภาพผิว พื้นผิว หลุมตื้น และความเรียบของผิวต่อได้ตามความเหมาะสม

แล้วฝ้า กระ และจุดด่างดำ ต่างกันตรงไหน

พอขยับจากสิวมาเรื่องเม็ดสี สิ่งแรกที่หมออยากให้เข้าใจคือ สีน้ำตาลบนหน้าไม่ได้แปลว่าเป็นฝ้าทั้งหมดค่ะ

ฝ้ามักเห็นเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเทาที่ขอบค่อนข้างฟุ้ง พบได้บ่อยบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก จมูก หรือเหนือริมฝีปาก และหลายคนจะเป็นสองข้างค่อนข้างสมมาตรกัน

ส่วนกระแท้มักเป็นจุดเล็ก ๆ และมีเรื่องพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ขณะที่กระแดดจะเป็นจุดสีน้ำตาลที่ขอบค่อนข้างชัดและสัมพันธ์กับแสงสะสมเป็นเวลานาน

อีกอย่างที่พบได้มากคือ รอยดำหลังการอักเสบ เช่น รอยจากสิว ผื่น หรือการแกะเกา ซึ่งอาจดูคล้ายจุดด่างดำ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นฝ้าค่ะ

การรู้ว่าเม็ดสีมาจากอะไรสำคัญมาก เพราะวิธีดูแลและพฤติกรรมของรอยไม่เหมือนกัน

ฝ้าไม่ใช่เรื่องของการผลัดผิวให้แรงที่สุด

ฝ้ามีลักษณะที่ต่างจากจุดสีน้ำตาลบางชนิดตรงที่ สามารถจางลงแล้วกลับมาเข้มขึ้นอีกได้ค่ะ เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งแสง ฮอร์โมน ความร้อน การอักเสบ และกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิว

เพราะฉะนั้นหมอไม่ได้มองว่าการรักษาฝ้าคือการทำให้ผิวลอกให้เร็วที่สุด

ถ้าผิวถูกกระตุ้นจนแดง แสบ หรือเกิดการอักเสบมากเกินไป ตัวการอักเสบเองก็สามารถทำให้เกิดเม็ดสีเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นแผนที่ดีควรทำให้ปื้นค่อย ๆ จาง ในขณะเดียวกันก็รักษาผิวให้แข็งแรงพอที่จะดูแลต่อเนื่องได้ค่ะ

Alpha Arbutin — โปรแกรมงานเม็ดสีสำหรับฝ้า กระ และจุดด่างดำ

หนึ่งในตัวเด่นของคลินิกสำหรับงานเม็ดสีคือ Alpha Arbutin ค่ะ

Alpha Arbutin เกี่ยวข้องกับการลดการทำงานของ Tyrosinase ซึ่งเป็นหนึ่งในเอนไซม์สำคัญในกระบวนการสร้าง Melanin หรือเม็ดสีของผิว จึงถูกนำมาใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเม็ดสีส่วนเกิน

ถ้าจะอธิบายให้ง่ายที่สุด เราไม่ได้กำลังพยายามเพียง “ขัดสีที่เห็นอยู่บนหน้าออก” แต่กำลังดูแลหนึ่งในกระบวนการที่ผิวใช้สร้างเม็ดสีขึ้นมาค่ะ

โปรแกรมนี้จึงน่าสนใจในคนที่มี ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำหลังสิว หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอบางลักษณะ โดยหมอจะดูอีกครั้งว่ารอยไหนเป็นเม็ดสีที่เหมาะกับแนวทางนี้ และรอยไหนเป็นคนละปัญหาที่ต้องใช้วิธีอื่น

เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนสีผิวเดิมให้ขาวที่สุด แต่เป็นการทำให้ปื้นหรือจุดที่เข้มกว่าผิวรอบข้างค่อย ๆ ดูเบาลง จนสีผิวทั้งหน้าดูสม่ำเสมอและสดขึ้นค่ะ

ราคาโปรแกรม Alpha Arbutin
3 cc 3,900 บาท
6 cc 6,900 บาท

จำนวนที่เหมาะกับแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เพราะบางคนมีปื้นอยู่เฉพาะสองข้างแก้ม ขณะที่บางคนมีเม็ดสีกระจายกว้าง หรือมีทั้งฝ้าและรอยหลังสิวอยู่ร่วมกัน หมอจึงต้องดูพื้นที่จริงก่อนเลือกปริมาณค่ะ

ทรีตเมนต์ฝ้า กระ จุดด่างดำ 10 ขั้นตอน

สำหรับคนที่ยังไม่อยากเริ่มงานฉีด หรืออยากดูแลผิวด้านบนควบคู่กับแผนอื่น ที่คลินิกมี ทรีตเมนต์ฝ้า กระ และจุดด่างดำ 10 ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

เริ่มจาก Milky Cleansing และ Whitening Scrub จากนั้นมี AHA Mask ประมาณ 10–15 นาที สำหรับดูแลผิวชั้นนอก ตามด้วย Alpha Arbutin Mask ประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นจุดเด่นของสูตรนี้

หลังจากนั้นจะมี Aloe Vera Gel ร่วมกับหัวความเย็นเพื่อปลอบและเติมความสบายให้ผิว รวมถึงขั้นตอนดูแลอื่น ๆ ก่อนจบด้วยมาสก์วิตามิน ครีมบำรุง และกันแดดค่ะ

จุดที่หมอชอบของโปรแกรมนี้คือ หลังจากทำงานกับผิวชั้นบนแล้วไม่ได้ปล่อยให้ผิวกลับบ้านในสภาพแห้งตึง แต่มีช่วงปลอบและเติมความชุ่มชื้นตามต่อ ซึ่งเหมาะกับงานเม็ดสีที่ไม่ควรทำให้ผิวระคายเกินจำเป็น

ราคาทรีตเมนต์ฝ้า กระ จุดด่างดำ
1 ครั้ง 999 บาท
3 ครั้ง 2,900 บาท
6 ครั้ง 5,600 บาท

ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่อยากใช้เข็ม สามารถเริ่มจากทรีตเมนต์และการดูแลที่บ้านได้ ส่วนคนที่ต้องการขยับไปสู่งานฉีดด้านเม็ดสีและหมอประเมินแล้วเหมาะ จึงค่อยเลือก Alpha Arbutin 3 หรือ 6 cc ค่ะ

กันแดดไม่ใช่ของแถมในแผนฝ้า แต่เป็นส่วนสำคัญของการรักษา

เรื่องนี้อาจฟังธรรมดามาก แต่สำคัญจริงค่ะ เพราะถ้าเรากำลังใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อลดเม็ดสี แต่ผิวได้รับแสงกระตุ้นต่อเนื่องทุกวันโดยไม่มีการป้องกัน สิ่งที่ทำในคลินิกกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันก็จะดึงกันคนละทาง

ดังนั้นการใช้กันแดดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นพื้นฐานของการดูแลฝ้าและจุดด่างดำ ไม่ว่าจะเลือกทรีตเมนต์ โปรแกรมฉีด หรือใช้ครีมอยู่ก็ตามค่ะ

และในบางคน หมออาจวางแผนร่วมกับครีมหรือสารดูแลเม็ดสีอื่น เช่น Transamine ตามความเหมาะสม ไม่ได้หมายความว่าพอทำ Alpha Arbutin แล้วทุกอย่างที่บ้านต้องหยุดทั้งหมด

สิ่งสำคัญกลับเป็นการจัดแผนให้พอดี เพื่อไม่ให้ใช้กรด ครีมผลัดผิว และสารหลายชนิดซ้อนกันจนผิวระคายก่อนที่เม็ดสีจะทันจางค่ะ

ถ้ามีทั้งสิวและฝ้าพร้อมกัน ควรเริ่มอะไรก่อน

เคสจริงไม่ได้แบ่งหน้าเราเป็นหมวดค่ะ บางคนมีสิวอุดตันบริเวณคาง รอยดำจากสิวที่แก้ม และมีฝ้าอยู่ตรงโหนกแก้มพร้อมกัน

ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องรีบทำสามโปรแกรมพร้อมกันทั้งหมด

ถ้ายังมีสิวอักเสบใหม่มาก หมอจะให้ความสำคัญกับการควบคุมสิวก่อน เพราะทุกเม็ดใหม่ยังมีโอกาสสร้างรอยเพิ่ม ส่วนเม็ดสีที่ค่อนข้างคงที่สามารถค่อย ๆ วางแผนตามมาได้

แต่ถ้าสิวใหม่สงบแล้ว และสิ่งที่กวนใจที่สุดตอนนี้คือฝ้าหรือรอยดำ แผนก็สามารถขยับน้ำหนักมาที่งานเม็ดสีได้มากขึ้นค่ะ

การจัดลำดับแบบนี้ทำให้ไม่ต้องกระจายงบไปทุกอย่างพร้อมกัน และรู้ด้วยว่าช่วงนี้เรากำลังพยายามเปลี่ยนอะไรจริง ๆ

โปรแกรมดูแลสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำของหมอปาล์มมี่คลินิก

ถ้ารวมให้เห็นง่าย ๆ ปัจจุบันที่คลินิกมีแนวทางดูแลหลายระดับค่ะ

โปรแกรมราคา ทรีตเมนต์สิว 10 ขั้นตอน999 บาท / ครั้ง ทรีตเมนต์สิว 3 ครั้ง2,900 บาท ทรีตเมนต์สิว 6 ครั้ง5,600 บาท Hestina Skin Booster 3 cc3,100 บาท Hestina Skin Booster 6 cc5,900 บาท ทรีตเมนต์ฝ้า กระ จุดด่างดำ 10 ขั้นตอน999 บาท / ครั้ง ทรีตเมนต์ฝ้า 3 ครั้ง2,900 บาท ทรีตเมนต์ฝ้า 6 ครั้ง5,600 บาท Alpha Arbutin 3 cc3,900 บาท Alpha Arbutin 6 cc6,900 บาท

ส่วนรอยและหลุมสิวจะวางแผนตามสิ่งที่เหลือจริงหลังสิวสงบ โดยอาจมีทั้ง Subcision งานฟื้นคุณภาพผิว หรืองานกระตุ้นคอลลาเจนตามชนิดของหลุมค่ะ

ไม่จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเป็นสิวชนิดไหนหรือเป็นฝ้าแบบไหน

เวลามาพบหมอ ไม่ต้องเตรียมคำศัพท์มาค่ะ ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเป็น Rolling scar หรือ Boxcar และไม่จำเป็นต้องแยกเองว่าจุดสีน้ำตาลบนแก้มเป็นฝ้าหรือกระแดด

สิ่งที่ช่วยหมอได้มากกว่าคือบอกว่า ปัญหาเริ่มมานานแค่ไหน ช่วงนี้ยังมีสิวใหม่ขึ้นไหม เคยเป็นสิวตรงรอยนั้นหรือเปล่า ผิวแพ้ง่ายแค่ไหน ใช้อะไรอยู่ และตอนนี้สิ่งไหนรบกวนเรามากที่สุด

จากนั้นหมอปาล์มมี่จะช่วยแยกต่อว่าอะไรคือสิวที่ยังเกิด อะไรเป็นรอย อะไรเป็นหลุม และบริเวณไหนเป็นปัญหาเม็ดสีค่ะ

บางคนอาจต้องการเพียงปรับยาและดูแลสิวต่อ ยังไม่จำเป็นต้องฉีดอะไร

บางคนสิวเริ่มสงบแต่ผิวแห้งและอ่อนแอ จึงค่อยเพิ่ม Hestina

บางคนไม่มีสิวใหม่แล้ว แต่สิ่งที่เห็นเต็มแก้มคือรอยดำและฝ้า แผนก็เปลี่ยนไปทาง Alpha Arbutin หรือทรีตเมนต์เม็ดสี

ส่วนคนที่เม็ดสิวและรอยแทบหมดแล้ว แต่เหลือพื้นผิวเป็นหลุม ก็ไม่ควรวนกลับไปรักษาสิวเหมือนเดิมอีกค่ะ

ผิวที่ดีขึ้นไม่จำเป็นต้องมาจากการทำทุกอย่างพร้อมกัน

สำหรับหมอ การดูแลสิวและเม็ดสีที่ดีไม่ใช่การใส่โปรแกรมให้เยอะที่สุด แต่เป็นการรู้ว่า ตอนนี้อะไรยังสร้างปัญหาใหม่อยู่ และอะไรเป็นสิ่งที่เหลือจากปัญหาเดิม

ถ้ายังมีสิวใหม่ ก็หยุดสิวใหม่ก่อน เมื่อสิวสงบแล้ว ค่อยดูรอย ถ้าระดับผิวยุบ ค่อยวิเคราะห์หลุม ถ้ามีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ ก็แยกชนิดเม็ดสีแล้ววางงานเม็ดสีให้ตรงค่ะ

เมื่อแก้ตามลำดับ เราจะไม่ต้องพยายามทำทุกอย่างในครั้งเดียว และแต่ละบาทที่ใช้ก็มีเหตุผลของมันชัดเจนขึ้น

ที่หมอปาล์มมี่คลินิก หมอปาล์มมี่เป็นผู้ประเมินและวางแผนเอง เพื่อให้การรักษาไม่ได้จบเพียงคำว่า “ทำให้หน้าขาว” หรือ “ทำให้สิวหาย” แต่พาผิวค่อย ๆ กลับไปสู่จุดที่สิวเกิดน้อยลง สีผิวสม่ำเสมอขึ้น พื้นผิวดูดีขึ้น และมองหน้าตัวเองแล้วรู้สึกว่าสุขภาพผิวโดยรวมดีขึ้นจริง ๆ ค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความในบริการ รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ดูบทความทั้งหมด
สิว รอยสิว และหลุมสิวต่างกันอย่างไร ควรเริ่มดูแลตรงไหน | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

สิว รอยสิว และหลุมสิวต่างกันอย่างไร ควรเริ่มดูแลตรงไหน | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

สิวคือปัญหาที่ยังเกิดอยู่ รอยสิวคือสีแดงหรือสีคล้ำที่เหลือหลังสิว ส่วนหลุมสิวคือโครงสร้างผิวที่ยุบลง หากมีหลายอย่างพร้อมกันควรเริ่มจากควบคุมสิวใหม่ก่อน แล้วค่อยดูแลรอยและวางแผนหลุมตามชนิด บทความนี้ช่วยแยกสิวอุดตัน สิวอักเสบ รอยแดง รอยดำ และหลุมแบบ rolling, boxcar, ice-pick พร้อมแนวทางดูแลโดยหมอปาล์มมี่ค่ะ

อ่านต่อ
ฝ้า กระ และจุดด่างดำต่างกันอย่างไร ควรดูแลแบบไหนให้ผิวค่อย ๆ ใสขึ้น | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ฝ้า กระ และจุดด่างดำต่างกันอย่างไร ควรดูแลแบบไหนให้ผิวค่อย ๆ ใสขึ้น | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

ฝ้า กระ กระแดด และรอยดำหลังการอักเสบเกิดจากกลไกต่างกัน จึงต้องใช้แผนดูแลคนละแบบ บทความนี้อธิบายวิธีแยกชนิดรอย บทบาทของกันแดดแบบมีสี Alphaarbutin, Transamine ครีม และทรีตเมนต์ พร้อมแนวทางรักษาฝ้าแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยหมอปาล์มมี่

อ่านต่อ
สิว รอยสิว และหลุมสิวต่างกันอย่างไร ควรเริ่มดูแลตรงไหน | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

สิว รอยสิว และหลุมสิวต่างกันอย่างไร ควรเริ่มดูแลตรงไหน | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

สิวคือปัญหาที่ยังเกิดอยู่ รอยสิวคือสีแดงหรือสีคล้ำที่เหลือหลังสิว ส่วนหลุมสิวคือโครงสร้างผิวที่ยุบลง หากมีหลายอย่างพร้อมกันควรเริ่มจากควบคุมสิวใหม่ก่อน แล้วค่อยดูแลรอยและวางแผนหลุมตามชนิด บทความนี้ช่วยแยกสิวอุดตัน สิวอักเสบ รอยแดง รอยดำ และหลุมแบบ rolling, boxcar, ice-pick พร้อมแนวทางดูแลโดยหมอปาล์มมี่ค่ะ

อ่านต่อ
ฝ้า กระ และจุดด่างดำต่างกันอย่างไร ควรดูแลแบบไหนให้ผิวค่อย ๆ ใสขึ้น | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ฝ้า กระ และจุดด่างดำต่างกันอย่างไร ควรดูแลแบบไหนให้ผิวค่อย ๆ ใสขึ้น | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

ฝ้า กระ กระแดด และรอยดำหลังการอักเสบเกิดจากกลไกต่างกัน จึงต้องใช้แผนดูแลคนละแบบ บทความนี้อธิบายวิธีแยกชนิดรอย บทบาทของกันแดดแบบมีสี Alphaarbutin, Transamine ครีม และทรีตเมนต์ พร้อมแนวทางรักษาฝ้าแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยหมอปาล์มมี่

อ่านต่อ

บริการอื่น ๆ

บริการอื่นของหมอปาล์มมี่คลินิก

ดูบริการทั้งหมด
ติดต่อทักแชทคลินิก