พญ.ปิยะฎา จินดาหลวง
ถ้าถามหมอว่า “หมอปาล์มมี่คลินิกเริ่มต้นขึ้นมาเพราะอะไร” คำตอบของหมออาจไม่ได้ซับซ้อนเลยค่ะ เพราะตลอดช่วงเวลาที่ทำงานด้านความงาม หมอได้พบกับคนไข้หลากหลายมากขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดมากก็คือ คนแต่ละคนไม่ได้ต้องการความสวยในแบบเดียวกันเลย บางคนอยากให้หน้าดูสดใสขึ้นเล็กน้อย บางคนกังวลเรื่องกรอบหน้า บางคนรู้สึกว่าตัวเองดูเหนื่อย ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากเปลี่ยนโครงหน้าของตัวเองแม้แต่นิดเดียว
จากประสบการณ์เหล่านี้ หมอจึงค่อย ๆ เชื่อมากขึ้นว่า งานความงามที่ดีไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามว่า “วันนี้จะฉีดอะไรดี” แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจก่อนว่า จริง ๆ แล้วคนตรงหน้ากำลังกังวลเรื่องอะไร และสิ่งที่เขาต้องการนั้นควรได้รับการดูแลด้วยวิธีไหนจึงจะเหมาะที่สุด
หมอชื่อ พญ.ปิยะฎา จินดาหลวง หรือที่ลูกค้าส่วนใหญ่เรียกกันว่า “หมอปาล์มมี่” ค่ะ หมอเป็นคนลำพูนโดยกำเนิด สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมีประสบการณ์ด้านความงามมากกว่า 10 ปี ผ่านการดูแลลูกค้ามาแล้วกว่า 5,000 เคส
สำหรับหมอ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนเคสที่เคยดูแล แต่หมายถึงโอกาสที่ได้เรียนรู้ใบหน้า ความต้องการ และความกังวลที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคนด้วย บางครั้งคนไข้เดินเข้ามาพร้อมความคิดว่าตัวเองควรเติมฟิลเลอร์ แต่เมื่อประเมินจริงกลับพบว่าปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่วอลลุ่ม บางคนคิดว่าต้องยกกระชับมาก ๆ แต่สิ่งที่ทำให้หน้าดูโทรมจริง ๆ กลับเป็นเรื่องคุณภาพผิว ขณะที่บางคนไม่ได้รู้เลยว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน รู้เพียงว่าช่วงนี้มองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อยกว่าปกติ
สำหรับหมอ นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์ทางความงาม ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองต้องใช้กี่ยูนิต กี่ซีซี หรือควรเลือกผลิตภัณฑ์ตัวไหน หน้าที่ของหมอต่างหากคือการประเมิน อธิบาย และช่วยกันหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากสิ่งที่คนไข้กังวลจริง ๆ
หมออยากให้ทุกท่านสวยและเป็นตัวเองในแบบที่เป็นค่ะ : )
เวลาประเมินใบหน้า หมอไม่ได้เริ่มจากการมองหาว่า “ตรงไหนไม่สวย” แต่จะมองภาพรวมก่อนเสมอ ทั้งโครงหน้า กล้ามเนื้อ วอลลุ่ม ความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว ตลอดจนสีหน้าเวลาพูดและยิ้ม เพราะองค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันอยู่บนใบหน้าเดียวกัน และสิ่งที่ดูคล้ายกันจากภายนอก บางครั้งกลับมีสาเหตุที่แตกต่างกันมาก
ตัวอย่างง่าย ๆ คือ คนที่รู้สึกว่าหน้ากว้างอาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อกราม โครงหน้า หรือปริมาณเนื้อแก้มที่แตกต่างกันไป ขณะที่ใต้ตาที่ดูเหนื่อยก็อาจเกิดจากร่องยุบ สีผิว หรือโครงสร้างรอบดวงตา ซึ่งแน่นอนว่าวิธีดูแลของแต่ละแบบย่อมไม่เหมือนกัน
ด้วยเหตุนี้ หมอจึงไม่เชื่อว่ามีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน และบางครั้งหลังจากประเมินแล้ว คำตอบที่เหมาะที่สุดอาจเป็นเพียงว่า “จุดนี้ยังไม่ต้องทำก็ได้ค่ะ”
เพราะการมีหัตถการให้เลือกหลายอย่าง ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลือกทำหลายอย่างตามไปด้วย สิ่งสำคัญกว่าคือการเลือกให้ตรงกับสิ่งที่ควรแก้จริง ๆ และพอดีกับสิ่งที่คนไข้ต้องการ
ที่คลินิก หมอเป็นคนคุยกับลูกค้าเอง
หนึ่งในสิ่งที่หมอตั้งใจรักษาไว้ตั้งแต่วันแรกของการเปิดคลินิก คืออยากให้ลูกค้าได้คุยกับคนที่จะเป็นผู้ดูแลใบหน้าของตัวเองจริง ๆ เพราะฉะนั้นที่หมอปาล์มมี่คลินิก การประเมิน การวางแผน และหัตถการทางการแพทย์จะอยู่ในการดูแลของหมอค่ะ
เวลามาปรึกษา ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวมาว่าจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อผลิตภัณฑ์ หรือพยายามตัดสินใจทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนเดินเข้าคลินิก เพียงบอกหมอตรง ๆ ก็พอว่า ตอนนี้กังวลเรื่องอะไร อยากเปลี่ยนมากหรือน้อยแค่ไหน มีจุดไหนที่ไม่อยากแตะ หรือถ้ามีงบประมาณที่ตั้งไว้ก็สามารถบอกได้เลย
เรื่องงบสำหรับหมอเป็นเรื่องที่คุยกันได้ตามปกติค่ะ เพราะการวางแผนที่ดีไม่ได้หมายถึงการทำให้ได้หลายอย่างที่สุด แต่หมายถึงการเลือกว่าสิ่งไหนควรทำก่อน สิ่งไหนให้ผลกับความกังวลมากที่สุด และสิ่งไหนสามารถรอได้โดยไม่จำเป็นต้องรีบ
เมื่อคิดแบบนี้ บางครั้งการเริ่มจากเพียงหนึ่งอย่างกลับเหมาะกว่าการพยายามทำทุกอย่างในครั้งเดียวเสียอีก
ทำไมคลินิกจึงมีทั้งโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ งานผิว และงานยกกระชับ
เหตุผลก็เพราะใบหน้าไม่ได้มีปัญหาอยู่เพียงชนิดเดียวค่ะ ถ้าสิ่งที่กังวลเกิดจากกล้ามเนื้อ ก็ต้องใช้แนวทางที่ดูแลกล้ามเนื้อ หากเกิดจากวอลลุ่มที่หายไป ก็ต้องใช้วิธีอีกแบบ และถ้าเป็นเรื่องความหย่อนคล้อย ก็มีเครื่องมือหรือหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อปัญหานั้นโดยเฉพาะ
ในขณะเดียวกัน บางคนมีรูปหน้าที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงหนึ่งผิวแห้ง โทรม แต่งหน้าไม่ติด หรือดูไม่สดใสเหมือนเดิม การพยายามไปเปลี่ยนรูปหน้าก็อาจไม่ใช่คำตอบ
หมอปาล์มมี่คลินิกจึงมีทั้งโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ งานยกกระชับ งานผิว ทรีตเมนต์ รวมถึงแนวทางการดูแลอื่น ๆ เพื่อให้หมอมีตัวเลือกเพียงพอในการวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่ใช่เพื่อให้คนหนึ่งต้องทำทุกอย่าง แต่เพื่อให้คนแต่ละคนไม่จำเป็นต้องถูกดูแลด้วยวิธีเดียวกันทั้งหมด
เรื่องผลิตภัณฑ์ หมออยากให้ลูกค้าตรวจสอบได้
อีกเรื่องหนึ่งที่หมอให้ความสำคัญมากคือความชัดเจนของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะถูกนำเข้าสู่ร่างกาย ลูกค้าจึงควรรู้ว่าตัวเองกำลังได้รับอะไร
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิกจึงต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้และได้รับอนุญาตในประเทศไทย สำหรับหัตถการที่มีผลิตภัณฑ์เป็นกล่อง ลูกค้าสามารถดูได้ว่าใช้ตัวไหน ปริมาณเท่าไร และแกะใช้อย่างไร
สำหรับหมอ ความโปร่งใสไม่ควรเป็นเพียงจุดขายของคลินิก แต่ควรเป็นพื้นฐานของการดูแลตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อเป็นเรื่องของร่างกายและใบหน้าของตัวเอง คนไข้ควรมีสิทธิรู้และเข้าใจสิ่งที่กำลังได้รับอย่างตรงไปตรงมา
ความปลอดภัยเริ่มตั้งแต่ก่อนทำหัตถการ
ในมุมของหมอ ความปลอดภัยไม่ได้เริ่มต้นตอนจับเข็ม แต่เริ่มตั้งแต่การประเมินก่อนทำค่ะ
ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ หมอจะดูทั้งสิ่งที่ลูกค้ากังวล ประวัติการทำหัตถการเดิม สุขภาพ ยาที่เกี่ยวข้อง สภาพผิว รวมถึงโครงสร้างของบริเวณที่จะทำ เพราะแม้จะเป็นหัตถการชื่อเดียวกัน คนสองคนก็ไม่ได้มีเงื่อนไขเหมือนกันทั้งหมด
เมื่อเข้าใจภาพรวมแล้วจึงค่อยเลือกผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ตำแหน่ง และวิธีที่เหมาะกับคนตรงหน้า ที่คลินิกมีพยาบาลวิชาชีพและบุคลากรช่วยกันดูแลตามหน้าที่ แต่ในส่วนของการประเมินและหัตถการทางการแพทย์ หมอเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเองค่ะ
การดูแลไม่ได้จบลงทันทีหลังทำ
งานความงามหลายอย่างต้องอาศัยเวลา โบท็อกซ์ไม่ได้เห็นผลเต็มทันทีหลังฉีด ฟิลเลอร์อาจมีช่วงบวมก่อนเข้าที่ ส่วนงานกระตุ้นคอลลาเจนก็ต้องรอให้ร่างกายค่อย ๆ ตอบสนอง
ด้วยเหตุนี้ หมอจึงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างคลินิกกับลูกค้าจบลงเพียงตอนที่หัตถการเสร็จ สำหรับเคสที่ควรติดตามผล หมอก็อยากเห็นด้วยตัวเองว่าสิ่งที่วางแผนไว้เป็นอย่างไร ตรงไหนกำลังเข้าที่ ตรงไหนยังต้องรอ และตรงไหนไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว
การที่ลูกค้ากลับมาแล้วได้เจอหมอคนเดิม ทำให้เราสามารถมองผลลัพธ์ต่อเนื่องจากจุดเริ่มต้นได้ และในหลายกรณี สิ่งที่ดีที่สุดหลังติดตามผลก็คือการบอกว่า “ตอนนี้กำลังดีแล้วค่ะ ยังไม่ต้องเพิ่มอะไร”
หมอคิดว่านี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการมีคลินิกของตัวเองอยู่ที่ลำพูน เพราะหลายคนไม่ได้เข้ามาเพียงครั้งเดียวแล้วหายไป แต่ค่อย ๆ รู้จักกันจากการปรึกษาครั้งแรก กลับมาติดตามผล แล้วกลับมาเจอกันอีกเมื่อถึงเวลาที่อยากดูแลตัวเองในเรื่องใหม่
คลินิกของหมอไม่ได้ตั้งใจให้รู้สึกเหมือนกำลังมาซื้อของ
หมอเข้าใจดีว่าการเดินเข้าคลินิกความงามครั้งแรก สำหรับหลายคนมีความกังวลมากกว่าที่เห็น บางคนกลัวว่าจะถูกบอกว่าตัวเองมีปัญหาเต็มไปหมด บางคนกลัวการขายคอร์ส บางคนกลัวว่าถ้าปฏิเสธแล้วจะรู้สึกไม่ดี และบางคนกังวลมากที่สุดว่าถ้าเริ่มทำแล้ว ใบหน้าของตัวเองจะเปลี่ยนไปจนไม่เหมือนเดิม
เพราะฉะนั้นหมอจึงอยากให้ที่นี่ง่ายกว่านั้นค่ะ เข้ามาแล้วคุยกันก่อน ถ้าเหมาะค่อยทำ ถ้ายังไม่แน่ใจก็กลับไปคิดได้ และถ้าหลังจากประเมินแล้วหมอมองว่ายังไม่จำเป็น ก็สามารถจบการปรึกษาโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย
สำหรับหมอ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะสุดท้ายใบหน้านั้นไม่ใช่ของคลินิก แต่เป็นใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าหมอ และคนที่ควรเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายก็คือเจ้าของใบหน้าเอง
ทำไมหมอเลือกกลับมาทำคลินิกที่ลำพูน
คำตอบง่ายที่สุดก็คือ เพราะที่นี่คือบ้านค่ะ
หมอเป็นคนลำพูน และเมื่อถึงวันที่ได้มีคลินิกของตัวเอง สิ่งที่หมออยากสร้างจึงไม่ได้มีเพียงสถานที่สำหรับทำหัตถการ แต่เป็นพื้นที่ที่คนในลำพูนสามารถเข้ามาคุยเรื่องความงามได้โดยไม่รู้สึกกดดัน
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ดูแลตัวเองมานานแล้ว หรือคนที่ไม่เคยเข้าคลินิกความงามเลยสักครั้ง ทุกคนสามารถเริ่มต้นจากการถามได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องรู้มาก่อนว่าควรทำอะไร ไม่ต้องตัดสินใจให้เรียบร้อยก่อนมาหาหมอ และไม่จำเป็นต้องทำอะไรทุกครั้งที่เข้าคลินิก บางครั้งเพียงได้รู้ว่าสิ่งที่กังวลเกิดจากอะไร อะไรควรทำ อะไรยังไม่ควรทำ และอะไรสามารถรอได้ ก็ถือว่าเป็นการดูแลตัวเองที่ดีมากแล้วค่ะ
ถ้าจะให้หมอเล่าว่าหมอปาล์มมี่คลินิกเป็นคลินิกแบบไหน
หมออยากให้ที่นี่เป็นคลินิกที่คนไข้สามารถคุยกับหมอได้ตรง ๆ บอกสิ่งที่กังวลได้ บอกสิ่งที่ไม่ต้องการได้ พูดเรื่องงบประมาณได้ และถามทุกอย่างให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ
หน้าที่ของหมอคือการประเมินและอธิบายจากสิ่งที่เห็นจริงบนใบหน้า ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน และไม่ได้ตั้งเป้าว่าทุกคนจะต้องสวยในแบบเดียวกัน
เพราะในความรู้สึกของหมอ ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้จำเป็นต้องทำให้คนรอบข้างรู้ว่าเราไปทำอะไรมาเสมอไป บางครั้งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอาจเป็นเพียงวันที่เรามองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกว่า ใบหน้านี้ยังเป็นเราอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ดูสดใสขึ้น ดูพอดีขึ้น และเป็นตัวเองในแบบที่เราชอบมากขึ้น
ถ้าคนไข้รู้สึกแบบนั้นได้ สำหรับหมอ งานของเราก็ถือว่าสำเร็จแล้วค่ะ