Aestox, Nabota และ Allergan ต่างกันอย่างไร เลือกโบท็อกซ์แบบไหนดี | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
มาเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์กันค่ะ Aestox, Nabota และ Allergan เป็น Botulinum toxin type A ที่มีผู้ผลิต ประวัติการใช้งาน ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ และราคาต่างกัน บทความนี้พาไปรู้จักแต่ละแบรนด์ตั้งแต่พื้นฐาน พร้อมราคาและวิธีเลือกให้เหมาะกับริ้วรอย กราม ความต้องการ และงบประมาณของแต่ละคนค่ะ
คนที่เริ่มสนใจโบท็อกซ์มักเจอชื่อยี่ห้อหลายชื่อมากค่ะ ทั้งโบท็อกซ์เกาหลีและโบท็อกซ์อเมริกา แต่ละตัวมีราคา จำนวนยูนิต และข้อมูลแตกต่างกัน พออ่านหลายที่เข้าก็อาจเริ่มสงสัยว่าตัวไหนเหมาะกับเรา และความแตกต่างของแต่ละแบรนด์มีผลกับการเลือกมากแค่ไหน
มาเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์กันค่ะ จริง ๆ แล้วพื้นฐานที่ควรรู้ไม่ได้ซับซ้อนมาก เริ่มจากเข้าใจก่อนว่าโบท็อกซ์ทำงานอย่างไร เราอยากดูแลบริเวณไหน และแต่ละแบรนด์ที่มีให้เลือกแตกต่างกันตรงไหน เมื่อเข้าใจสามเรื่องนี้ การคุยกับหมอและเลือกโปรแกรมก็จะง่ายขึ้นมากค่ะ
ที่ หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน มีโบท็อกซ์ให้เลือก 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ Aestox, Nabota และ Allergan มีตั้งแต่ตัวเลือกในงบเริ่มต้นไปจนถึงกลุ่มพรีเมียม แต่ละแบรนด์ผลิตโดยคนละบริษัท มีประวัติการใช้งานและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่างกัน รวมถึงราคาที่ต่างกันด้วยค่ะ
บทความนี้จะค่อย ๆ พาไปรู้จักตั้งแต่โบท็อกซ์คืออะไร Aestox, Nabota และ Allergan ต่างกันตรงไหน แต่ละตัวราคาเท่าไร และถ้าจะเลือกให้เหมาะกับตัวเองควรดูอะไรบ้างค่ะ
ก่อนเลือกยี่ห้อ มาทำความเข้าใจก่อนว่าโบท็อกซ์คืออะไร
โบท็อกซ์ที่เราเรียกกันทั่วไปเป็นยาในกลุ่ม Botulinum toxin type A ซึ่งแพทย์นำมาใช้เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อในตำแหน่งที่ต้องการชั่วคราวค่ะ
ถ้าเป็นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หรือหางตา เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ริ้วที่เกิดจากการแสดงสีหน้าก็จะดูนุ่มลง ใบหน้าจึงดูผ่อนคลายขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องทำให้หน้านิ่งทั้งหมด
ส่วนบริเวณกราม หลักการจะแตกต่างออกไปเล็กน้อยค่ะ หากช่วงกรามดูกว้างเพราะกล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่ เมื่อกล้ามเนื้อทำงานลดลง ขนาดของกล้ามเนื้อก็จะค่อย ๆ เล็กลงตามเวลา ทำให้ช่วงล่างของใบหน้าดูเบาและเรียวขึ้นได้ค่ะ
ดังนั้นโบท็อกซ์จึงไม่ได้ใช้เพื่อเติมส่วนที่ยุบหรือเพิ่มรูปทรงเหมือนฟิลเลอร์ แต่เป็นการ ปรับการทำงานของกล้ามเนื้อในตำแหน่งที่ต้องการ และเมื่อเข้าใจหลักการนี้แล้ว การเลือกยี่ห้อก็จะง่ายขึ้น เพราะเราสามารถดูต่อได้ว่าแต่ละตัวมาจากไหน มีข้อมูลอย่างไร ราคาเท่าไร และเหมาะกับแผนการฉีดแบบไหนค่ะ
Aestox เป็นโบท็อกซ์เกาหลีจาก HUGEL
Aestox เป็น Botulinum toxin type A จากประเทศเกาหลีใต้ ผลิตโดย HUGEL, Inc. และมีทะเบียนยาในประเทศไทยค่ะ
HUGEL เป็นบริษัทเกาหลีที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ Botulinum toxin และทำตลาดในหลายประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทอาจใช้ชื่อทางการค้าแตกต่างกันในแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทยใช้ชื่อ Aestox ค่ะ
Aestox มีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกของ LetibotulinumtoxinA รองรับ โดยมีการศึกษาในกลุ่มรอยขมวดคิ้วที่แสดงให้เห็นว่าสามารถลดการทำงานของกล้ามเนื้อและทำให้ริ้วรอยดีขึ้นได้ ผลในแต่ละคนอาจเริ่มสังเกตได้ไม่พร้อมกัน แต่โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลังฉีดค่ะ
สำหรับโปรแกรมของหมอปาล์มมี่คลินิก จุดเด่นของ Aestox คือ ราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่ายและเลือกจำนวนได้หลายระดับ จึงเหมาะทั้งกับคนที่อยากเริ่มจากริ้วรอยเพียงบางจุด และคนที่ต้องใช้จำนวนยูนิตมากขึ้น เช่น งานกรามหรือหลายบริเวณร่วมกัน
ราคา Aestox
เฉพาะจุด 999 บาท ตามบริเวณและเงื่อนไขของโปรแกรม
50 ยูนิต 3,999 บาท
100 ยูนิต 7,500 บาท
หากกังวลเพียงหนึ่งบริเวณ สามารถเริ่มจากโปรแกรมเฉพาะจุดได้ ส่วนคนที่ต้องการดูแลหลายบริเวณหรือมีกล้ามเนื้อที่ต้องใช้จำนวนมากขึ้น หมอจะช่วยประเมินว่า 50 หรือ 100 ยูนิตเหมาะกับแผนมากกว่าค่ะ
Nabota เป็นโบท็อกซ์เกาหลีจาก Daewoong Pharmaceutical
Nabota เป็น Botulinum toxin type A จากประเทศเกาหลีใต้ ผลิตโดย Daewoong Pharmaceutical และเป็นอีกแบรนด์ที่มีใช้ในหลายประเทศค่ะ
ผลิตภัณฑ์ของ Daewoong มีชื่อทางการค้าแตกต่างกันไปตามประเทศ เช่น Nabota ในบางประเทศ และ Jeuveau ในสหรัฐอเมริกา ทำให้แบรนด์นี้มีข้อมูลการใช้งานและงานศึกษาทางคลินิกจากหลายตลาด
มีการศึกษาเปรียบเทียบ PrabotulinumtoxinA ซึ่งเป็นตัวยาของ Nabota กับ OnabotulinumtoxinA สำหรับรอยขมวดคิ้ว และพบว่าทั้งสองให้ผลในการลดริ้วรอยได้ดีตามเกณฑ์ของการศึกษานั้น นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเรื่องช่วงเริ่มออกฤทธิ์ ซึ่งในผู้เข้าร่วมบางส่วนเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ช่วงต้นหลังฉีดค่ะ
สำหรับคนที่เคยใช้ Nabota แล้วชอบผลเดิม ข้อมูลจากครั้งก่อนจะช่วยได้มาก เช่น เคยใช้กี่ยูนิต ฉีดบริเวณไหน เริ่มเห็นผลเมื่อไร และชอบระดับการขยับที่เหลืออยู่แค่ไหน หมอสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยปรับแผนครั้งต่อไปให้ใกล้กับผลที่ชอบค่ะ
ราคา Nabota
เฉพาะจุด 999 บาท ตามบริเวณและเงื่อนไขของโปรแกรม
50 ยูนิต 3,999 บาท
100 ยูนิต 7,500 บาท
เนื่องจาก Aestox และ Nabota อยู่ในช่วงราคาเดียวกันที่คลินิก การเลือกสองตัวนี้จึงสามารถดูทั้งจากประสบการณ์เดิม ความชอบ และแผนที่หมอประเมินให้ค่ะ
Allergan มีประวัติการใช้งานมายาวนาน
Allergan จริง ๆ แล้วชื่อผลิตภัณฑ์คือ BOTOX® โดยมีตัวยาสำคัญเป็น OnabotulinumtoxinA ค่ะ
แบรนด์ Allergan ปัจจุบันอยู่ในเครือ AbbVie และ BOTOX® เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประวัติการใช้งานมายาวนาน รวมถึงมีงานศึกษาทางคลินิกจำนวนมาก ทั้งในเรื่องรอยขมวดคิ้ว หางตา และหน้าผาก
ข้อดีของข้อมูลที่สะสมมานานคือมีรายละเอียดทั้งเรื่องผลของยา ระยะเวลาการตอบสนอง ขนาดที่ใช้ในการศึกษา และข้อมูลด้านความปลอดภัยค่อนข้างมาก จึงเป็นแบรนด์ที่คนจำนวนหนึ่งคุ้นเคยและเลือกใช้ต่อเนื่องมานานค่ะ
สำหรับคนที่เคยฉีด BOTOX® แล้วชอบผลเดิม หรือให้ความสำคัญกับแบรนด์และประวัติการใช้งาน ก็สามารถเลือกตัวนี้ได้ โดยในโปรแกรมของคลินิกจะอยู่ในกลุ่มราคาพรีเมียมเมื่อเทียบกับ Aestox และ Nabota ค่ะ
ราคา Allergan
50 ยูนิต 9,900 บาท
100 ยูนิต 16,900 บาท
ราคาที่ต่างกันเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเลือกตัวที่ราคาสูงที่สุด เพราะสิ่งที่ทำให้ผลออกมาพอดียังรวมถึงตำแหน่ง จำนวนยูนิต และลักษณะกล้ามเนื้อของแต่ละคนด้วยค่ะ
Aestox Nabota และ Allergan ต่างกันตรงไหน
ถ้าจะเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย ทั้งสามตัวอยู่ในกลุ่ม Botulinum toxin type A เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ บริษัทผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ข้อมูลการศึกษา ประสบการณ์การใช้งาน และราคา
Aestox ผลิตโดย HUGEL ประเทศเกาหลี มีราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่าย และมีให้เลือกทั้งเฉพาะจุด 50 ยูนิต และ 100 ยูนิต
Nabota ผลิตโดย Daewoong Pharmaceutical ประเทศเกาหลี มีการใช้งานในหลายประเทศและมีงานศึกษาทางคลินิกเปรียบเทียบกับ OnabotulinumtoxinA โดยตรง
ส่วน BOTOX® Allergan เป็น OnabotulinumtoxinA ที่มีประวัติการใช้งานและข้อมูลทางคลินิกสะสมมาเป็นเวลานาน และเป็นตัวเลือกในกลุ่มราคาพรีเมียมของคลินิกค่ะ
เพราะฉะนั้นการเลือกจึงสามารถดูพร้อมกันหลายอย่าง ทั้งบริเวณที่ต้องการทำ จำนวนที่คาดว่าจะใช้ ประสบการณ์จากครั้งก่อน ความชอบส่วนตัว และงบประมาณค่ะ
เวลาเปรียบเทียบโบท็อกซ์ ควรดูอะไรบ้าง
ตามอินเทอร์เน็ตเรามักเจอคำอธิบายว่าแบรนด์หนึ่ง “แรงกว่า” “กระจายแคบกว่า” “ออกฤทธิ์เร็วกว่า” หรือ “อยู่นานกว่า” แต่การเปรียบเทียบแบบนี้ควรดูรายละเอียดของข้อมูลประกอบด้วยค่ะ
งานศึกษาของแต่ละผลิตภัณฑ์ทำในกลุ่มคน ขนาดยา ตำแหน่ง และวิธีศึกษาที่ต่างกัน การนำตัวเลขจากคนละงานมาเปรียบเทียบแล้วสรุปว่าแบรนด์หนึ่งเหนือกว่าอีกแบรนด์ในทุกด้านจึงอาจไม่สะท้อนผลจริงของทุกคน
ผลที่เห็นบนใบหน้ายังสัมพันธ์กับ ผลิตภัณฑ์ จำนวนยา ตำแหน่งฉีด กล้ามเนื้อของแต่ละคน และการเตรียมยา ร่วมกันค่ะ โดยเฉพาะคนที่เคยฉีดมาก่อน ประสบการณ์ของตัวเองมีประโยชน์มาก ถ้าเคยใช้แบรนด์หนึ่งแล้วชอบระดับการขยับ ระยะเวลาของผล และความรู้สึกหลังทำ สามารถแจ้งหมอได้เลย เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วางแผนครั้งใหม่ได้ละเอียดขึ้นค่ะ
โบท็อกซ์เฉพาะจุด 999 บาท เหมาะกับใคร
โปรแกรมเฉพาะจุดเหมาะกับคนที่มีเรื่องกังวลอยู่เพียงบางบริเวณ เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา หรือรอยย่นบริเวณจมูกตามเงื่อนไขของโปรแกรมค่ะ
ข้อดีคือสามารถเริ่มดูแลจุดที่รบกวนใจก่อน โดยไม่จำเป็นต้องทำหลายบริเวณพร้อมกัน เช่น คนที่หน้าผากยังดีแต่เริ่มมีรอยขมวดชัด หรือคนที่กังวลหางตาเวลายิ้มเพียงอย่างเดียว ก็สามารถให้หมอดูเฉพาะบริเวณนั้นก่อนได้
จำนวนที่เหมาะจะขึ้นกับแรงกล้ามเนื้อและลักษณะใบหน้าของแต่ละคน เพราะแม้จะเป็นหน้าผากเหมือนกัน คนหนึ่งอาจใช้กล้ามเนื้อหน้าผากมากกว่าอีกคน หรือมีตำแหน่งคิ้วและชั้นตาที่ต่างกัน หมอจึงจะดูการขยับจริงก่อนกำหนดตำแหน่งและจำนวนค่ะ
โปรแกรม 50 ยูนิต เหมาะกับการดูแลแบบไหน
โปรแกรม 50 ยูนิตทำให้หมอสามารถวางแผนได้กว้างขึ้นค่ะ บางคนอาจใช้กับริ้วรอยหลายบริเวณร่วมกัน ขณะที่บางคนอาจเหมาะกับการใช้บริเวณกรามตามขนาดกล้ามเนื้อที่ประเมินได้
ก่อนทำหมอปาล์มมี่จะดูใบหน้าทั้งตอนพักและตอนขยับ เช่น เลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว ยิ้ม หรือกัดฟัน แล้วจึงแบ่งจำนวนไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ตามแรงของกล้ามเนื้อจริง ดังนั้น 50 ยูนิตของแต่ละคนอาจถูกจัดสรรไม่เหมือนกัน แม้จะเลือกโปรแกรมราคาเดียวกันค่ะ
โปรแกรม 100 ยูนิต เหมาะกับคนที่ต้องใช้หลายบริเวณหรือกล้ามเนื้อค่อนข้างใหญ่
โปรแกรม 100 ยูนิตเหมาะกับแผนที่ต้องใช้จำนวนมากขึ้น เช่น กล้ามเนื้อกรามค่อนข้างเด่น ต้องการทำหลายบริเวณร่วมกัน หรือหมอประเมินแล้วว่าปริมาณ 50 ยูนิตอาจไม่เหมาะกับเป้าหมายที่ต้องการค่ะ
สำหรับ Aestox และ Nabota โปรแกรม 100 ยูนิตอยู่ที่ 7,500 บาท ส่วน BOTOX Allergan 100 ยูนิตอยู่ที่ 16,900 บาท
ตามโปรโมชั่นของคลินิกในช่วงปัจจุบัน โปรแกรม Aestox หรือ Nabota 100 ยูนิตมี Fat Bro 1 ขวด และ HIFU 100 Shot ตามเงื่อนไขของรายการค่ะ
ถ้าอยากฉีดโบท็อกซ์กราม ควรเลือกอย่างไร
สำหรับคนที่อยากให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ขั้นแรกหมอจะดูก่อนว่าความกว้างของช่วงกรามมาจาก กล้ามเนื้อกรามหรือ Masseter มากน้อยแค่ไหนค่ะ
เวลาขบฟัน กล้ามเนื้อมัดนี้จะนูนขึ้นบริเวณมุมกราม หากมีกล้ามเนื้อขนาดค่อนข้างเด่น การใช้ Botulinum toxin เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อจะทำให้แรงลดลงก่อน จากนั้นขนาดของกล้ามเนื้อจึงค่อย ๆ เล็กลง ทำให้ช่วงล่างของใบหน้าดูเบาและเรียวขึ้นตามเวลา
รูปหน้าของแต่ละคนมีหลายองค์ประกอบ ทั้งโครงกระดูก ไขมัน คาง และความกระชับของผิว หมอปาล์มมี่จึงจะดูรูปหน้าร่วมกับการคลำกล้ามเนื้อก่อน เพื่ออธิบายว่าโบท็อกซ์กรามน่าจะช่วยให้หน้าเปลี่ยนในส่วนไหนได้บ้างค่ะ
เมื่อเห็นแล้วว่ากล้ามเนื้อเป็นองค์ประกอบสำคัญ จึงค่อยเลือก Aestox, Nabota หรือ Allergan จากจำนวนที่ต้องใช้ งบประมาณ ประสบการณ์เดิม และความชอบค่ะ
ผลที่สวยไม่ได้หมายถึงต้องทำให้ใบหน้านิ่ง
คนที่มาฉีดโบท็อกซ์มีความต้องการไม่เหมือนกันค่ะ บางคนอยากให้หน้าผากยังขยับได้แต่ริ้วดูน้อยลง บางคนให้ความสำคัญกับรอยขมวดเพราะทำให้หน้าดูเคร่ง ส่วนบางคนอยากลดริ้วหางตาแต่ยังอยากให้รอยยิ้มดูเหมือนเดิม
ก่อนทำหมอปาล์มมี่จึงจะดูทั้งใบหน้าตอนพักและตอนแสดงสีหน้า เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อมัดไหนทำงานมาก รูปคิ้วเป็นอย่างไร และควรลดการทำงานในระดับไหนจึงจะเข้ากับผลที่เจ้าของใบหน้าต้องการค่ะ
ยี่ห้อเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ แต่ ตำแหน่งและจำนวนที่ใช้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะผลิตภัณฑ์เดียวกันสามารถให้ความรู้สึกบนใบหน้าต่างกันได้ เมื่อใช้จำนวนและตำแหน่งต่างกันค่ะ
ก่อนฉีดสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง
ไม่ว่าจะเลือก Aestox, Nabota หรือ BOTOX Allergan ลูกค้าสามารถดูผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก่อนทำได้ค่ะ
ที่หมอปาล์มมี่คลินิกสามารถตรวจสอบ ชื่อผลิตภัณฑ์ ขนาดขวด เลขล็อต และวันหมดอายุ ก่อนเตรียมยา หมอปาล์มมี่เป็นผู้ประเมิน เตรียมยา และฉีดด้วยตัวเอง พร้อมแจ้งจำนวนยูนิตตามแผนที่คุยกันไว้
สำหรับคนที่กลับมาทำครั้งต่อไป การมีข้อมูลว่าครั้งก่อนใช้แบรนด์อะไร จำนวนเท่าไร และรู้สึกอย่างไรกับผลครั้งนั้น จะช่วยให้คุยกับหมอได้ง่ายและปรับแผนต่อจากครั้งเดิมได้ค่ะ
สรุปแล้ว Aestox Nabota หรือ Allergan เหมาะกับใคร
ถ้าอยากได้ตัวเลือกโบท็อกซ์เกาหลีที่ ราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่าย Aestox เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ มีทั้งโปรแกรมเฉพาะจุด 50 ยูนิต และ 100 ยูนิต จึงเลือกได้ตั้งแต่งานริ้วรอยเล็ก ๆ ไปจนถึงแผนที่ใช้จำนวนมากขึ้นค่ะ
Nabota เป็นอีกตัวเลือกจากเกาหลีที่มีการใช้ในหลายประเทศและมีงานศึกษาทางคลินิกค่อนข้างมาก เหมาะทั้งกับคนที่สนใจแบรนด์นี้โดยตรง และคนที่เคยใช้แล้วชอบผลเดิมค่ะ
ส่วน BOTOX Allergan เหมาะกับคนที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มี ประวัติการใช้งานมายาวนาน ให้ความสำคัญกับแบรนด์ หรือเคยใช้ BOTOX® แล้วพอใจกับผลลัพธ์ และยอมรับงบประมาณที่สูงขึ้นได้ค่ะ
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ สามารถเริ่มจากบอกหมอปาล์มมี่ว่า กังวลตรงไหน เคยฉีดอะไรมาก่อนหรือไม่ อยากให้ผลออกมาประมาณไหน และมีงบประมาณเท่าไร จากนั้นหมอจะดูแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อจริง แล้วช่วยเลือกทั้งผลิตภัณฑ์ จำนวนยูนิต และตำแหน่งให้เข้ากับใบหน้าค่ะ
ที่ หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน หมอปาล์มมี่เป็นผู้พูดคุย ประเมิน วางตำแหน่ง เตรียมยา ฉีด และติดตามผลด้วยตัวเอง สามารถคุยเรื่องความต้องการและงบประมาณกับหมอได้ตรง ๆ เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากตัวที่ราคาแพงที่สุดค่ะ
Botulinum toxin เป็นยาที่ต้องได้รับการประเมินและฉีดโดยแพทย์ ผลลัพธ์ ระยะเวลา จำนวนยูนิต และความเหมาะสมแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง ขนาดกล้ามเนื้อ กายวิภาค และการตอบสนองของแต่ละบุคคล ราคาและโปรโมชั่นเป็นไปตามเงื่อนไขของคลินิกในช่วงเวลานั้นค่ะ
สอบถามหรือประเมินก่อนรับบริการ
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินก่อนตัดสินใจรับบริการ