Doctor Palmy Clinic logo Doctor Palmy Clinic หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน
บทความบริการ โบท็อกซ์ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

โบท็อกซ์กรามช่วยให้หน้าเรียวอย่างไร และเหมาะกับรูปหน้าแบบไหน | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

อัปเดต 2026-09-07
สรุปสั้น ๆ

โบท็อกซ์กรามช่วยให้ใบหน้าส่วนล่างค่อย ๆ เรียวและละมุนขึ้นเมื่อความกว้างเกิดจากกล้ามเนื้อ masseter จริง บทความนี้อธิบายกลไก รูปหน้าที่เห็นผลดี ไทม์ไลน์ 4–12 สัปดาห์ ราคา Aestox, Nabota และ Allergan พร้อมการวางยูนิตเฉพาะใบหน้าโดยหมอปาล์มมี่

กลับไปหน้าบริการ
โบท็อกซ์กรามช่วยให้หน้าเรียวอย่างไร และเหมาะกับรูปหน้าแบบไหน | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

วันนี้หมอปาล์มมี่จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องโบท็อกซ์กรามกันค่ะ เพราะหลายคนเคยได้ยินว่าฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าผากจะตึง รอยขมวดคิ้วจะดูเรียบขึ้น แต่พอมาฉีดกราม กลับบอกว่าช่วยให้กล้ามเนื้อเล็กลงและหน้าเรียวขึ้น จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า “สรุปโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อตึงหรือเล็กลงกันแน่” และ “ถ้ากรามเล็กลง แปลว่ากล้ามเนื้อตรงนั้นหายไปหรือเปล่า”

บางคนอยากให้มุมกรามดูละมุนขึ้น เวลาถ่ายรูปแล้วช่วงล่างของใบหน้าไม่กว้างเหมือนเดิม แต่ก็กลัวว่าจะเคี้ยวอาหารไม่ถนัด หรือฉีดแล้วแก้มจะตอบเกินไป ความกังวลเหล่านี้มีคำอธิบายค่ะ ก่อนเลือกว่าจะฉีดยี่ห้อไหนหรือกี่ยูนิต หมออยากชวนมารู้จักกล้ามเนื้อกรามกันก่อน แล้วจะเข้าใจว่าทำไมโบท็อกซ์ชนิดเดียวกันจึงให้ความเปลี่ยนแปลงที่ดูต่างกันในแต่ละจุดค่ะ

ฉีดหน้าผากแล้วดูตึง แต่ทำไมฉีดกรามแล้วหน้าเล็กลง

เริ่มจากคำว่า “ตึง” ที่เราใช้กันก่อนค่ะ เวลาเห็นหน้าผากเรียบขึ้นหลังฉีด หลายคนอาจนึกว่าโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อแข็งหรือตึงขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว โบท็อกซ์ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดหดตัวน้อยลงชั่วคราวค่ะ

ลองนึกถึงตอนเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้วนะคะ กล้ามเนื้อที่ทำงานจะดึงผิวให้เกิดรอยพับ เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวน้อยลง ผิวก็ถูกดึงให้พับน้อยลง ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าจึงดูเรียบขึ้น เป็นความเปลี่ยนแปลงที่หลายคนเรียกว่า “หน้าผากตึง”

ส่วนบริเวณกราม เราไม่ได้มองผลจากรอยพับบนผิวเป็นหลักค่ะ แต่กำลังดูขนาดของกล้ามเนื้อกัดที่อยู่ข้างขากรรไกร เมื่อกล้ามเนื้อมัดนี้ทำงานลดลงระยะหนึ่ง ขนาดจะค่อย ๆ ลดลงตามมา ใบหน้าส่วนล่างจึงดูแคบลงได้

ตัวยาออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อเหมือนกันค่ะ แต่สิ่งที่เราเห็นต่างกันตามบริเวณที่ฉีด หน้าผากเห็นเป็นริ้วรอยที่ลดลง ส่วนกรามเห็นเป็นขนาดที่ค่อย ๆ เล็กลง

สรุปว่ากล้ามเนื้อกรามหายไป หรือแค่เล็กลง

กล้ามเนื้อยังอยู่ค่ะ แต่ขนาดลดลงได้จริง

กล้ามเนื้อที่เราฉีดเรียกว่า masseter อยู่บริเวณด้านข้างของขากรรไกรและช่วยออกแรงกัดเคี้ยว โบท็อกซ์ลดการปล่อยสารสื่อประสาทที่ใช้สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อได้รับคำสั่งน้อยลง กล้ามเนื้อจึงออกแรงลดลงก่อน แล้วเส้นใยกล้ามเนื้อค่อย ๆ มีขนาดเล็กลงตามมา

ในทางการแพทย์เรียกการลดขนาดลักษณะนี้ว่า กล้ามเนื้อฝ่อ ค่ะ คำนี้อาจฟังน่ากังวล แต่ในบริบทของการลดกราม เรากำลังพูดถึงกล้ามเนื้อที่มีขนาดเล็กลงหลังการทำงานลดลง ไม่ใช่กล้ามเนื้อทั้งมัดละลายหรือถูกตัดออกไป

จึงไม่ใช่ว่าฉีดแล้วกล้ามเนื้อหายทันที และก็ไม่ใช่เพียงการคลายตัวโดยไม่มีการเปลี่ยนขนาดเลยค่ะ การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อจริง ๆ นี่เองที่ทำให้ต้องประเมินก่อนว่า ควรลดแค่ไหนจึงจะรับกับใบหน้าและยังเคี้ยวอาหารได้เหมาะสม

ถ้ากล้ามเนื้อเล็กลง แล้วเรายังเคี้ยวอาหารได้เหมือนเดิมไหม

การเคี้ยวใช้กล้ามเนื้อหลายมัดทำงานร่วมกันค่ะ ไม่ได้อาศัย masseter เพียงมัดเดียว แต่ masseter เป็นกล้ามเนื้อสำคัญในการออกแรงกัด การฉีดจึงมีโอกาสทำให้แรงเคี้ยวลดลงได้

บางคนอาจรู้สึกเคี้ยวอาหารเหนียวหรือแข็งแล้วเมื่อยง่ายขึ้น หรือต้องพักเคี้ยวเป็นช่วง ๆ ขณะที่บางคนแทบไม่รู้สึกรบกวนการกินในชีวิตประจำวัน อาการและระยะเวลาที่เป็นแตกต่างกันตามปริมาณยา ตำแหน่งฉีด และการตอบสนองของแต่ละคนค่ะ

หมอจึงไม่ได้ตั้งเป้าให้กัดแล้วไม่มีกล้ามเนื้อนูนเหลือเลย แต่ต้องดูว่าลดขนาดได้พอดีกับรูปหน้าหรือยัง และกระทบการใช้งานมากแค่ไหน

ถ้ามีปัญหาเคี้ยวอาหาร ปวดขากรรไกร หรืออ้าปากลำบากอยู่เดิม เล่าให้หมอฟังก่อนนะคะ เพราะเป็นข้อมูลที่ต้องใช้ประกอบการประเมิน ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องความกว้างของใบหน้าอย่างเดียว

ลองกัดฟันแล้วจับมุมกราม ก้อนที่นูนขึ้นบอกอะไรเรา

ลองวางปลายนิ้วเบา ๆ ตรงด้านข้างมุมกราม แล้วกัดฟันตามปกติค่ะ หลายคนจะรู้สึกว่ามีก้อนแข็งนูนขึ้นใต้มือ และนิ่มลงเมื่อคลายกราม นั่นคือส่วนหนึ่งของกล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน

แต่ คลำเจอกล้ามเนื้อไม่ได้แปลว่ากล้ามเนื้อใหญ่เกินไปหรือจำเป็นต้องฉีดทุกคนค่ะ เพราะเป็นโครงสร้างปกติที่เรามีอยู่แล้ว

สิ่งที่หมอต้องดูต่อคือ กล้ามเนื้อมัดนี้มีส่วนทำให้ใบหน้ากว้างมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับกระดูก ไขมัน แก้ม คาง และความหย่อนของผิว รวมถึงกรามสองข้างมีขนาดและแรงต่างกันหรือเปล่า

ที่หมอปาล์มมี่คลินิก หมอจะดูทั้งตอนพักหน้าและตอนกัดฟัน คลำขอบเขตกล้ามเนื้อ และดูหน้าตรงกับด้านข้างประกอบกันค่ะ เพื่ออธิบายให้ได้ว่า ถ้าลดกล้ามเนื้อส่วนนี้แล้ว รูปหน้ามีโอกาสเปลี่ยนตรงไหนบ้าง

หน้ากว้างแบบไหน ฉีดกรามแล้วมีโอกาสเห็นความเปลี่ยนแปลง

คนที่มีโอกาสเห็นผลเรื่องหน้าเรียวได้ดี คือคนที่ความกว้างบริเวณมุมกรามเกิดจากกล้ามเนื้อที่มีขนาดเด่นค่ะ เมื่อกล้ามเนื้อเล็กลง ความกว้างส่วนนั้นจึงลดลงตามได้

แต่คำว่า “กรามใหญ่” ที่เราใช้กันอาจหมายถึงคนละอย่างค่ะ บางคนมีกระดูกขากรรไกรกว้าง บางคนมีไขมันแก้มหรือใต้คาง บางคนคางสั้นจนช่วงล่างดูสั้นและกลม หรือมีผิวหย่อนทำให้กรอบหน้าไม่ชัด

โบท็อกซ์กรามช่วยลดส่วนที่มาจากกล้ามเนื้อค่ะ ไม่ได้ตัดกระดูก สลายไขมัน หรือเติมความยาวให้คาง หากมีหลายสาเหตุร่วมกัน ผลที่เห็นจากการฉีดกรามอย่างเดียวก็อาจไม่เท่ากับคนที่มีกล้ามเนื้อเป็นสาเหตุหลัก

การประเมินก่อนจึงช่วยให้รู้ตั้งแต่ต้นว่า ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน และไม่ต้องเพิ่มยูนิตเพื่อแก้ส่วนที่ยาเปลี่ยนไม่ได้ค่ะ

ถ้าคางสั้นหรือมีเหนียง ต้องทำอย่างอื่นด้วยเลยไหม

ยังไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทำหลายอย่างพร้อมกันค่ะ ต้องดูก่อนว่าอะไรเป็นส่วนที่เราอยากเปลี่ยนจริง ๆ

ถ้ามีกล้ามเนื้อกรามเด่นและเหมาะกับการฉีด อาจเริ่มจากกรามแล้วรอให้ผลชัดก่อนค่ะ บางคนพอด้านข้างลดลงก็รู้สึกว่ารูปหน้าสมดุลตามที่ต้องการแล้ว ส่วนบางคนยังอยากปรับคาง หรือดูแลไขมันและความหย่อนเพิ่มเติม จึงค่อยประเมินต่อ

ในคนที่กล้ามเนื้อไม่ได้ใหญ่ การฉีดกรามก่อนก็อาจไม่ได้ช่วยมากค่ะ หมอจะอธิบายทางเลือกตามต้นเหตุ เช่น การปรับสัดส่วนคาง หรือการดูแลความกระชับด้วย HIFU ในคนที่เหมาะสม โดยคุยทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และงบประมาณก่อน

การค่อย ๆ วางแผนช่วยให้เห็นว่าหัตถการไหนตอบโจทย์เรา และไม่ต้องทำเพิ่มเพียงเพราะอยากได้คำว่า “หน้าเรียว” เหมือนกันค่ะ

อยากหน้าเรียว ทำไมหมอไม่ลดกรามให้เล็กที่สุดไปเลย

เพราะความเรียวที่เข้ากับใบหน้า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดกรามอย่างเดียวค่ะ

บางคนมีโหนกแก้มเด่นหรือแก้มตอบอยู่แล้ว หากลดกรามมากเกินไป อาจยิ่งเห็นความต่างระหว่างช่วงบนกับช่วงล่าง ทำให้หน้าดูตอบกว่าที่ต้องการ ส่วนคนที่ผิวหย่อนอยู่เดิม เมื่อปริมาตรด้านล่างลดลงก็อาจเห็นความหย่อนชัดขึ้นได้

ก่อนฉีด หมอจึงอยากรู้ด้วยว่าเราชอบรูปหน้าแบบไหน อยากให้มุมกรามนุ่มลงเล็กน้อย หรืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น รวมถึงมีส่วนไหนที่ไม่อยากให้เปลี่ยน

บางใบหน้าลดกรามเพียงพอดีก็สวยขึ้นแล้วค่ะ การเหลือปริมาตรให้รับกับแก้ม โหนกแก้ม และคาง มีความสำคัญพอ ๆ กับการลดความกว้าง

ฉีดแล้วทำไมยังไม่เรียว ต้องรอกี่สัปดาห์

เพราะการลดแรงกับการลดขนาดเกิดไม่พร้อมกันค่ะ ช่วงแรกกล้ามเนื้อจะเริ่มทำงานลดลงก่อน แต่ยังต้องใช้เวลากว่าขนาดจะค่อย ๆ เปลี่ยน

บางคนเริ่มรู้สึกว่ากัดหรือขบฟันได้เบาลงในช่วงประมาณ 1–2 สัปดาห์ ส่วนความเรียวอาจเริ่มสังเกตได้ราว 4–8 สัปดาห์ และชัดขึ้นใกล้ 12 สัปดาห์ ทั้งนี้ไม่ใช่กำหนดตายตัวสำหรับทุกคนนะคะ

งานวิจัยที่วัดความหนากล้ามเนื้อและรูปหน้าก็ติดตามผลเป็นช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ จึงไม่ควรใช้ภาพในสัปดาห์แรกมาตัดสินว่าฉีดแล้วไม่ได้ผล

ถ้ามีภาพก่อนฉีด ลองเทียบในมุม แสง และท่าทางใกล้เคียงกัน จะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าอาศัยความรู้สึกอย่างเดียวค่ะ และควรให้หมอประเมินก่อนเพิ่มยูนิต เพราะผลเรื่องขนาดอาจยังค่อย ๆ เปลี่ยนต่ออยู่

พอยาหมดฤทธิ์ กรามจะกลับมาไหม แล้วต้องฉีดตลอดหรือเปล่า

เมื่อฤทธิ์ยาค่อย ๆ ลดลง การส่งสัญญาณและการทำงานของกล้ามเนื้อสามารถฟื้นกลับมาได้ค่ะ กล้ามเนื้อจึงอาจค่อย ๆ มีขนาดเพิ่มขึ้นอีก แต่แรงกล้ามเนื้อกับขนาดอาจไม่ได้กลับมาพร้อมกัน

หมอจึงไม่อยากให้เข้าใจว่าครบจำนวนเดือนหนึ่งแล้วกรามจะกลับมาเหมือนก่อนฉีดทันที หรือฉีดครั้งเดียวแล้วจะเล็กถาวรค่ะ การฟื้นตัวต่างกันได้ และการฉีดซ้ำอาจทำให้กล้ามเนื้อเล็กอยู่นานขึ้นด้วย

ข้อมูลระยะยาวเกี่ยวกับการฉีดซ้ำยังมีข้อจำกัด จึงไม่ควรรับรองว่ากล้ามเนื้อจะกลับเหมือนเดิมทุกคน หรือฉีดต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องประเมินค่ะ

เมื่อถึงนัด ควรดูสภาพกรามจริงก่อนว่าจำเป็นต้องฉีดซ้ำหรือยัง บางคนยังพอใจกับรูปหน้าและกล้ามเนื้อยังลดอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเพิ่มเพียงเพราะครบกำหนดเวลา

กรามสองข้างต้องฉีดเท่ากันไหม แล้ว 50 หรือ 100 ยูนิตเลือกอย่างไร

ใบหน้าสองข้างของเราไม่จำเป็นต้องเหมือนกันค่ะ ทั้งขนาดกล้ามเนื้อ แรงกัด และโครงสร้างรอบ ๆ การแบ่งยูนิตเท่ากันจึงไม่ได้แปลว่าจะเหมาะที่สุดเสมอไป

หมอจะดูว่าข้างไหนมีกล้ามเนื้อหนาหรือทำงานเด่นกว่า และความต่างที่เห็นมาจากกล้ามเนื้อจริงหรือมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ก่อนวางปริมาณและตำแหน่งฉีดค่ะ

ส่วน 50 หรือ 100 ยูนิตเป็นจำนวนยา ไม่ใช่ระดับความเรียวที่ซื้อแล้วจะได้เท่ากันทุกคน ขนาดขวดที่เปิดกับจำนวนที่วางแผนใช้ในกรามแต่ละข้างจึงต้องอธิบายให้ชัด ไม่ควรเข้าใจว่าเปิดขวดใหญ่แล้วต้องใส่ทั้งหมดลงกรามเสมอไป

อีกเรื่องที่สำคัญคือ ยูนิตของโบท็อกซ์แต่ละผลิตภัณฑ์เป็นหน่วยเฉพาะค่ะ ไม่ควรนำตัวเลขข้ามยี่ห้อมาเทียบหนึ่งต่อหนึ่ง หมอจะพิจารณาร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้และประวัติการตอบสนองเดิมของเรา

Aestox, Nabota หรือ Allergan เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเรา

ที่หมอปาล์มมี่คลินิกมีตัวเลือกให้คุยกันตามความเหมาะสมและงบประมาณค่ะ คนที่เคยฉีดมาก่อนสามารถบอกยี่ห้อ จำนวนยูนิต วันที่ฉีด และผลที่ชอบหรือไม่ชอบได้ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยวางแผนครั้งใหม่ได้มาก

Aestox และ Nabota เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูแลกรามในงบที่เข้าถึงง่าย ส่วน Allergan เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์หรือเคยใช้แล้วพอใจกับผลลัพธ์ค่ะ

หมอจะคุยทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์ แผนการใช้ และงบก่อนเริ่ม โดยไม่สรุปว่าตัวที่แพงที่สุดจะทำให้หน้าเรียวสวยที่สุดสำหรับทุกคน เพราะตำแหน่ง ปริมาณ และความเหมาะสมของรูปหน้ามีส่วนสำคัญด้วยค่ะ

ราคาโบท็อกซ์ที่คลินิก

Aestox หรือ Nabota

  • 50 ยูนิต ราคา 3,999 บาท
  • 100 ยูนิต ราคา 7,500 บาท

Allergan

  • 50 ยูนิต ราคา 9,900 บาท
  • 100 ยูนิต ราคา 16,900 บาท

สำหรับโปรแกรมเปิด 100 ยูนิต มีของแถม Fat Bro 1 ขวด และ HIFU 100 Shot ตามเงื่อนไขโปรโมชั่นในช่วงที่รับบริการค่ะ หมอจะประเมินก่อนว่าเหมาะกับใบหน้าหรือไม่ และวางแผนเฉพาะส่วนที่ต้องการดูแล ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเพียงเพราะมีของแถม

ก่อนฉีด หมอจะอธิบายอะไรให้เรารู้บ้าง

ที่หมอปาล์มมี่คลินิก หมอจะเริ่มจากดูรูปหน้า คลำกล้ามเนื้อ และฟังว่าต้องการให้เปลี่ยนตรงไหนค่ะ จากนั้นจะอธิบายว่าความกว้างมาจากอะไร โบท็อกซ์ช่วยส่วนไหนได้ และควรคาดหวังผลประมาณไหน

ก่อนฉีดสามารถตรวจสอบยี่ห้อ ขนาดขวด เลขล็อต และวันหมดอายุได้ค่ะ หมอผสมผลิตภัณฑ์ให้เห็น พร้อมแจ้งจำนวนยูนิตที่จะใช้ การแบ่งแต่ละข้าง และงบประมาณก่อนเริ่ม กล่องผลิตภัณฑ์สามารถนำกลับไปเก็บเป็นประวัติได้ตามขั้นตอนของคลินิก

หมอปาล์มมี่เป็นผู้ประเมิน วางตำแหน่ง และฉีดเองค่ะ เพราะบริเวณกรามอยู่ใกล้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับรอยยิ้มและมุมปาก การเลือกตำแหน่งกับปริมาณจึงต้องอาศัยกายวิภาคของแต่ละคน ไม่ใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกใบหน้า

คนไข้สามารถบอกงบ ความกังวล และระดับการเปลี่ยนแปลงที่อยากได้ตรง ๆ ค่ะ ไม่มีทีมขายเข้ามาเร่งให้เปิดขวดใหญ่หรือทำหลายโปรแกรมพร้อมกัน

หลังฉีดอาจมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หมออยากเล่าให้รู้ก่อนค่ะ

อาการที่อาจพบได้คือรอยเข็ม ช้ำ บวมเล็กน้อย เจ็บบริเวณฉีด หรือรู้สึกเมื่อยเวลาเคี้ยว โดยเฉพาะอาหารเหนียวหรือแข็งค่ะ อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน และควรแจ้งหมอหากรบกวนการกินหรือเป็นมากขึ้น

บางคนอาจมีรอยยิ้มเปลี่ยนไป ผลสองข้างไม่เท่ากัน แก้มตอบ หรือเห็นความหย่อนชัดขึ้นได้ค่ะ หมอจึงต้องดูทั้งรูปหน้าและการเคลื่อนไหวก่อนฉีด รวมถึงติดตามหลังทำด้วย

อีกอาการที่อาจพบคือ กัดฟันแล้วมีกล้ามเนื้อบางส่วนนูนเป็นก้อนเด่นขึ้น เพราะแต่ละส่วนของกล้ามเนื้อตอบสนองไม่สม่ำเสมอกัน หากสังเกตเห็น ไม่ได้แปลว่าควรรีบเติมยาเองนะคะ ควรกลับมาให้หมอคลำและประเมินก่อน

การเลือกคนที่เหมาะสม วางตำแหน่ง และใช้ปริมาณพอดีช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่มีผลข้างเคียงเลยค่ะ หากเคยฉีดแล้วมีอาการผิดปกติ นำข้อมูลครั้งก่อนมาเล่าให้หมอฟังได้ จะได้ใช้ประกอบการวางแผน

มีเรื่องไหนต้องบอกหมอก่อน และอาการไหนไม่ควรรอ

ถ้ามีโรคกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท เคี้ยวหรือกลืนลำบากอยู่เดิม เคยแพ้โบท็อกซ์ หรือกำลังใช้ยาและอาหารเสริมอะไรอยู่ ควรแจ้งให้ครบค่ะ รวมถึงการตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และการติดเชื้อหรืออักเสบตรงบริเวณที่จะฉีด เพื่อประเมินว่าควรทำหรือเลื่อนไปก่อน

หากเพิ่งฉีดโบท็อกซ์ที่อื่นมา แม้เป็นคนละบริเวณก็ควรบอกวันที่ ยี่ห้อ และจำนวนที่ใช้เท่าที่ทราบนะคะ เพราะต้องพิจารณาประวัติการใช้ยาร่วมกัน

หลังฉีด หาก กลืนลำบาก พูดผิดปกติ หายใจลำบาก หรืออ่อนแรงผิดปกติทั่วร่างกาย ให้รับการประเมินทางการแพทย์ทันที โดยเฉพาะอาการหายใจลำบากควรไปฉุกเฉินค่ะ

ส่วนอาการอย่างเคี้ยวเมื่อย รอยยิ้มเปลี่ยน หรือกรามนูนผิดปกติ ก็ติดต่อคลินิกเพื่อประเมินได้ ไม่ต้องรอจนถึงนัดหากกังวลค่ะ

ติดตามผลแล้วหมอดูอะไร นอกจากถามว่าหน้าเรียวขึ้นไหม

หมอจะดูทั้งแรงและขนาดของกล้ามเนื้อ ความสมมาตร รูปหน้าตอนพักและเคลื่อนไหว รวมถึงถามเรื่องการเคี้ยวกับอาการระหว่างทางค่ะ

ภาพก่อนฉีดและภาพติดตามในมุมใกล้เคียงกันช่วยให้เห็นผลได้ชัดขึ้น เพราะเราเห็นหน้าตัวเองทุกวัน บางครั้งจึงไม่ทันสังเกตว่ามุมกรามค่อย ๆ เปลี่ยนไปแล้ว

บางคนต้องรอให้ขนาดกล้ามเนื้อลดต่ออีกระยะ บางคนได้ผลตามที่ต้องการแล้ว ส่วนคนที่ยังมีข้อกังวล หมอจะช่วยแยกว่าเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือส่วนอื่นของใบหน้าค่ะ การติดตามจึงไม่จำเป็นต้องจบด้วยการเติมยาเสมอไป

อยากให้มุมกรามดูละมุนขึ้น เริ่มจากให้หมอดูรูปหน้าก่อนค่ะ

ถ้าเวลาถ่ายรูปแล้วรู้สึกว่าช่วงล่างของใบหน้ากว้าง มุมกรามเด่น หรืออยากให้หน้าเรียวขึ้นโดยยังดูเป็นตัวเอง ลองมาคุยกับหมอปาล์มมี่ได้ค่ะ

ไม่จำเป็นต้องเลือกยี่ห้อหรือจำนวนยูนิตมาก่อน หมอจะช่วยดูว่ากล้ามเนื้อมีส่วนมากแค่ไหน และวางแผนให้เหมาะกับรูปหน้า ความต้องการ และงบประมาณ บางคนดูแลเฉพาะกรามก็เพียงพอแล้ว ส่วนใครที่มีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เราค่อย ๆ ประเมินกันได้ค่ะ

หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน อยู่เส้นโกลบอลเฮ้าส์ ก่อนสามแยกอำเภอ ข้างชาบูยู เยื้องโรงเรียนใบบุญ ภายในอาคารร้านกาแฟ Balance สามารถกลับมาติดตามกับหมอคนเดิมได้สะดวกค่ะ

หมออยากให้หน้าเรียวขึ้นในแบบที่รับกับใบหน้าของเรา และยังใช้ชีวิตได้สบายค่ะ เริ่มจากเข้าใจว่ากำลังปรับส่วนไหน แล้วค่อยเลือกว่าจะเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนด้วยกัน

ผลลัพธ์ จำนวนยูนิต ระยะเวลาการตอบสนอง และอาการข้างเคียงแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ กายวิภาค ขนาดกล้ามเนื้อ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โบท็อกซ์เป็นยาที่ต้องได้รับการประเมินและฉีดโดยแพทย์ ราคาและโปรโมชั่นเป็นไปตามเงื่อนไขของคลินิกในช่วงเวลาที่รับบริการค่ะ

ภาคผนวก: แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. เอกสารกำกับ BOTOX Cosmetic — DailyMed
    อ้างอิงกลไกการลดการปล่อย acetylcholine ผลต่อการทำงานและขนาดกล้ามเนื้อ หน่วยยูนิตเฉพาะผลิตภัณฑ์ และคำเตือนเกี่ยวกับการกลืน การพูด และการหายใจ
  2. A prospective study of the effect of botulinum toxin A on masseteric muscle hypertrophy with ultrasonographic and electromyographic measurement
    อ้างอิงการตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อกรามหลังฉีดด้วยอัลตราซาวนด์และการวัดกิจกรรมไฟฟ้ากล้ามเนื้อ
  3. Efficacy and Safety of a Novel Botulinum Toxin A for Masseter Reduction: A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled, Optimal Dose-Finding Study
    อ้างอิงการติดตามความหนากล้ามเนื้อและรูปหน้าในช่วง 4–16 สัปดาห์หลังฉีด
  4. Efficacy and Safety of PrabotulinumtoxinA in Subjects With Benign Masseteric Hypertrophy: A Phase 3 Trial and Open-Label Extension Study
    อ้างอิงผลต่อความหนากล้ามเนื้อกรามและช่วงเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดในการศึกษา
  5. Exploring botulinum toxin’s impact on masseter hypertrophy: a randomized, triple-blinded clinical trial
    อ้างอิงผลต่อการทำงาน การเคี้ยว และขนาดกล้ามเนื้อหลังฉีดครั้งเดียวหรือฉีดซ้ำ รวมถึงข้อจำกัดในการสรุปการฟื้นตัวระยะยาว
  6. A Controlled Phase 2b Trial to Assess the Efficacy and Safety of a Single Intervention of OnabotulinumtoxinA for Treating Masseter Muscle Prominence
    อ้างอิงผลการรักษาและอาการที่พบในการศึกษา เช่น เจ็บบริเวณฉีด กล้ามเนื้ออ่อนแรง เคี้ยวเมื่อย และรอยยิ้มเปลี่ยน
  7. OnabotulinumtoxinA Treatment for Masseter Muscle Prominence: 6-Month Safety and Efficacy Results From a Phase 3 Trial
    อ้างอิงผลการรักษาและข้อมูลความปลอดภัย รวมถึงอาการเกี่ยวกับการเคี้ยวและกล้ามเนื้อนูนผิดปกติ
  8. Comparison between Conventional Blind Injections and Ultrasound-Guided Injections of Botulinum Toxin Type A into the Masseter: A Clinical Trial
    อ้างอิงความสำคัญของกายวิภาค การกระจายยา และภาวะกล้ามเนื้อบางส่วนนูนขณะกัดฟันหลังฉีด
Doctor Palmy Clinic

สอบถามหรือประเมินก่อนรับบริการ

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินก่อนตัดสินใจรับบริการ

สอบถามผ่าน Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อเพื่อดูข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ดูบทความทั้งหมด
โบท็อกซ์ช่วยลดริ้วรอยและกรามได้อย่างไร กี่วันเริ่มเห็นผล | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
โบท็อกซ์

โบท็อกซ์ช่วยลดริ้วรอยและกรามได้อย่างไร กี่วันเริ่มเห็นผล | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

บทความเชิงวิชาการเรื่อง botulinum toxin type A ตั้งแต่กลไกระดับปลายประสาท การดูแลริ้วรอยหน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา และกล้ามเนื้อกราม ไปจนถึงช่วงเริ่มเห็นผล ระยะคงอยู่ ปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนตอบสนองต่างกัน และความปลอดภัย โดยหมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

อ่านต่อ
โบท็อกซ์แบบพอดี สวยวันนี้โดยไม่ทิ้งอนาคต | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
โบท็อกซ์

โบท็อกซ์แบบพอดี สวยวันนี้โดยไม่ทิ้งอนาคต | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

โบท็อกซ์ที่ดีไม่ใช่เพียงทำให้ริ้วรอยลด แต่ต้องรักษาสมดุลของกล้ามเนื้อ ตำแหน่งคิ้ว การเปิดตา และสีหน้าในระยะยาว บทความเชิงวิชาการนี้อธิบายการวางแผนแบบ neuromodulation การฉีดซ้ำ และแนวคิดสวยวันนี้โดยไม่ทิ้งอนาคต

อ่านต่อ
ฉีดแล้วผลอยู่ได้นานแค่ไหน และเมื่อเวลาผ่านไปฟิลเลอร์เป็นอย่างไร | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
ฟิลเลอร์

ฉีดแล้วผลอยู่ได้นานแค่ไหน และเมื่อเวลาผ่านไปฟิลเลอร์เป็นอย่างไร | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

หมอปาล์มมี่ชวนเข้าใจโครงสร้างฟิลเลอร์ HA ระยะเวลาที่เห็นผล การสลายตามธรรมชาติ และการดูแลหลังฉีด พร้อมแนวทางเลือกผลิตภัณฑ์และวางแผนเติมให้เหมาะกับแต่ละคน

อ่านต่อ
ถูกกว่าจริง หรือเพียงได้รับไม่เท่ากัน? ทำไมหัตถการเดียวกันในแต่ละคลินิกจึงมีราคาต่างกัน
ความรู้ก่อนทำหัตถการ

ถูกกว่าจริง หรือเพียงได้รับไม่เท่ากัน? ทำไมหัตถการเดียวกันในแต่ละคลินิกจึงมีราคาต่างกัน

ราคาหัตถการที่ถูกกว่าอาจไม่ได้หมายถึงได้รับสิ่งเดียวกัน ชวนดูของแท้ ของหิ้ว ของปลอม ปริมาณยูนิต ซีซี ช็อต เทคนิค และระบบดูแลก่อนเปรียบเทียบราคา

อ่านต่อ
ครบรอบ 3 ปี หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน ขอบคุณทุกความไว้วางใจที่เติบโตมาด้วยกัน
คลินิกความงาม ลำพูน

ครบรอบ 3 ปี หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน ขอบคุณทุกความไว้วางใจที่เติบโตมาด้วยกัน

หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน ครบรอบ 3 ปี ขอบพระคุณทุกความไว้วางใจ พร้อมโปรโมชั่นเดือนกันยายน เมื่อใช้จ่ายครบ 8,000 บาท เลือกรับฟรี 3 รายการจากบริการที่ร่วมรายการค่ะ

อ่านต่อ
Juvelook ช่วยอะไร? ผิวเด้งฟู รูขุมขนดูละเอียด และดูแลหลุมสิว | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
ฟื้นฟูผิวและสารกระตุ้นคอลลาเจน

Juvelook ช่วยอะไร? ผิวเด้งฟู รูขุมขนดูละเอียด และดูแลหลุมสิว | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

Juvelook เป็น Hybrid Biostimulator ชนิดผงแห้ง 50 mg ประกอบด้วย PDLLA ประมาณ 42.5 mg และ HA แบบไม่เชื่อมขวาง 7.5 mg บทความนี้อธิบายกลไกการกระตุ้นคอลลาเจน บทบาทต่อผิวสัมผัส ริ้วเล็ก รูขุมขน และหลุมสิวแต่ละชนิด พร้อมข้อจำกัด ความปลอดภัย ราคา และการวางแผนโดยหมอปาล์มมี่

อ่านต่อ
ครบรอบ 3 ปี หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน ขอบคุณทุกความไว้วางใจที่เติบโตมาด้วยกัน
คลินิกความงาม ลำพูน

ครบรอบ 3 ปี หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน ขอบคุณทุกความไว้วางใจที่เติบโตมาด้วยกัน

หมอปาล์มมี่คลินิกเวชกรรม ลำพูน ครบรอบ 3 ปี ขอบพระคุณทุกความไว้วางใจ พร้อมโปรโมชั่นเดือนกันยายน เมื่อใช้จ่ายครบ 8,000 บาท เลือกรับฟรี 3 รายการจากบริการที่ร่วมรายการค่ะ

อ่านต่อ
Juvelook ช่วยอะไร? ผิวเด้งฟู รูขุมขนดูละเอียด และดูแลหลุมสิว | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
ฟื้นฟูผิวและสารกระตุ้นคอลลาเจน

Juvelook ช่วยอะไร? ผิวเด้งฟู รูขุมขนดูละเอียด และดูแลหลุมสิว | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

Juvelook เป็น Hybrid Biostimulator ชนิดผงแห้ง 50 mg ประกอบด้วย PDLLA ประมาณ 42.5 mg และ HA แบบไม่เชื่อมขวาง 7.5 mg บทความนี้อธิบายกลไกการกระตุ้นคอลลาเจน บทบาทต่อผิวสัมผัส ริ้วเล็ก รูขุมขน และหลุมสิวแต่ละชนิด พร้อมข้อจำกัด ความปลอดภัย ราคา และการวางแผนโดยหมอปาล์มมี่

อ่านต่อ
โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ลำพูน ราคาเท่าไร เลือกยี่ห้อไหนดี | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน
โบท็อกซ์ / ฟิลเลอร์

โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ลำพูน ราคาเท่าไร เลือกยี่ห้อไหนดี | หมอปาล์มมี่คลินิก ลำพูน

มาเตรียมตัวก่อนเลือกโบท็อกซ์และฟิลเลอร์กันค่ะ โบท็อกซ์เหมาะกับปัญหาที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและริ้วจากการแสดงสีหน้า ส่วนฟิลเลอร์ช่วยเติมวอลลุ่มและปรับสัดส่วนของใบหน้า บทความนี้รวบรวมความแตกต่างและราคาของ Aestox, Nabota, Allergan, Ex-Filler, Neuramis และ Restylane พร้อมวิธีเลือกตามจุดที่อยากดูแลและงบประมาณค่ะ

อ่านต่อ
ติดต่อสอบถาม Doctor Palmy Clinic